oneddtour.com=> อื่นๆ


อื่นๆ

ประวัติวันคริสมาส

ประวัติวันคริสมาส


ประวัติวันคริสมาส

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

  คริสต์มาส ประวัติเป็นมาอย่างไร ซานตาคลอส เกี่ยวข้องอะไรในวันคริสต์มาส เรามีข้อมูลมาฝากค่ะ 

         ถึงช่วงปลายปีทีไร ชาวไทยเราก็มีเรื่องฉลองอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่หรือวันคริสต์มาส ที่กำลังจะเข้ามาถึง แม้ว่าวันคริสต์มาสนี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธสักเท่าไร แต่ก็มีคนไทยบางคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่จำนวนไม่น้อย ว่าแต่ประวัติคริสต์มาสเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลมาฝาก 


ตำนานวันคริสต์มาส

          คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

          เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบธเลเฮมและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่าพระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

           ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

          เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ "พระเยซู" ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญต่อชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

 


องค์ประกอบในงานคริสต์มาส

ซานตาคลอส
 

          เป็นสิ่งแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงในฐานะสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส ซึ่งว่ากันว่าซานตาคลอสคนแรก คือ นักบุญ (เซนต์) นิโคลาส ผู้เป็นสังฆราชแห่งเมืองไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 4 และเหตุที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซานตาคลอสคนแรก มาจากวันหนึ่งที่ท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่ง แล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี
 

          นักบุญนิโคลัส นั้นเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือว่าเป็นนักบุญผู้อุปถัมภ์ของเด็ก ๆ เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคมเอาไว้ ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะมาเยี่ยมเด็ก ๆ และเอาของขวัญมาให้เด็กอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลัสก็เปลี่ยนเป็น ซานตาคลอส และแทนที่จะเป็นสังฆราชก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วนและใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นยานพาหนะที่มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้านเพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติของเขา

          ถึงแม้ซานตาคลอสจะเป็นเพียงตำนานที่เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสก็ตาม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่รวมเอาวิญญาณและความหมายของคริสต์มาสไว้อย่างมากมาย อาทิ ความปีติยินดีชื่นชม ความโอบอ้อมอารี ความรัก และความเป็นกันเอง

ถุงเท้า

           จากที่นักบุญนิโคลัสได้ปีนขึ้นไปบนปล่องไฟของบ้านเด็กหญิงยากจน เพื่อที่จะมอบเหรียญเงินให้เป็นของขวัญ แต่เหรียญนั้นกลับตกไปอยู่ในถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้หน้าเตาผิง พอรุ่งเช้าเด็กหญิงตื่นมาเจอเหรียญเงินในถุงเท้าจึงดีใจมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ผู้คนมากมายต่างพากันแขวนถุงเท้าคริสต์มาสไว้ เพื่อหวังจะได้รับของขวัญเช่นเดียวกันบ้าง
 



 
ต้นคริสต์มาส

          นอกจากนี้อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้นคริสต์มาส ซึ่งต้นคริสต์มาสก็คือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยลูกแอปเปิลและขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท และก็ได้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยจนมาถึงการประดับด้วยดวงไฟหลากสีสัน ขนม และของขวัญ อย่างในทุกวันนี้ การตกแต่งแบบนี้ต้องย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก

          โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็ก ๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่ที่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์ ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1540 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก และอีกเหตุผลที่ใช้ต้นสนก็เพราะว่ามันหาง่าย

          ในสมัยโบราณนั้นต้นคริสต์มาส หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า โดยตามพระคัมภีร์นั้นได้เปรียบพระเยซูเจ้าเสมือนเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เขียวเสมอในทุกฤดูกาล สื่อถึงนิรันดรภาพของพระเยซูเจ้า อีกทั้งความสว่างของพระองค์ยังเหมือนแสงเทียนที่ส่องสว่างในความมืด และรวมถึงความชื่นชมยินดี และความสามัคคี ที่พระเยซูประทานให้ เพราะต้นไม้นั้นเป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัวในเทศกาลคริสต์มาส



ต้นฮอลลี่

          ต้นฮอลลี่ เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ย และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส เชื่อกันว่า สีเขียวของต้นฮอลลี่มีความหมายถึง การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ และมีความสัมพันธ์กับพระเยซู โดยผลสีแดงของต้นฮอลลี่นั้นหมายถึงหยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้า ใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่เป็นสิ่งที่เตือนพวกเราถึงมงกุฎหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์



ดอกไม้คริสต์มาส หรือ Poinsettia

          ตำนานของดอก Poinsettia ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวันคริสต์มาส มาจากเรื่องราวของเด็กหญิงจน ๆ คนหนึ่ง ที่ต้องการหาของขวัญไปมอบให้พระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ แต่เนื่องจากเธอไม่มีสิ่งของใด ๆ ติดตัว จึงเดินทางไปตัวเปล่า และระหว่างทางเธอได้พบกับนางฟ้าที่บอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชไว้ ต่อมาเมล็ดพืชนั้นกลับเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ซึ่งก็คือดอก Poinsettia ตั้งแต่นั้นดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้ประดับประดาบ้านในงานคริสต์มาส

ดอกคริสต์มาส Christmas Rose

          มีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ ลักษณะเป็นดอกสีขาว และมักออกดอกในช่วงฤดูหนาว ตำนานของดอกคริสต์มาสนี้มีอยู่ว่า ในช่วงที่พระเยซูประสูติ มีผู้รอบรู้ 3 คน กับคนเลี้ยงแกะเดินทางมาพบพระเยซู ระหว่างทางพวกเขาพบกับ มาเดลอน เด็กหญิงที่เลี้ยงแกะคนหนึ่ง เมื่อเธอทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาเพื่อมอบของขวัญให้พระเยซู มาเดลอนก็เสียใจที่ไม่มีของขวัญใดไปมอบให้พระเยซูบ้าง ก่อนที่นางฟ้าที่เฝ้ามองเธออยู่จะเกิดความเห็นใจจึงร่ายมนตร์เสกดอกไม้สีขาวน่ารักและมีสีชมพูอยู่ตรงปลายกลีบให้เธอ และดอกไม้นั้นคือ ดอกคริสต์มาสนั่นเอง

เพลงวันคริสต์มาส

          เพลงคริสต์มาสเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 แต่งโดยพระสงฆ์และฆราวาส มีเนื้อร้องเป็นภาษาละติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่

          เพลงคริสต์มาสแบบใหม่นี้ เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน เพราะมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดีในโอกาสคริสต์มาส เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาละติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ. 1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาละติน เพลงคริสต์มาสที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมนี และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night

          ความเป็นมาของเพลงนี้มาจากวันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้องไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปให้เพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั่นเอง และเล่นเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

คำอวยพรวันคริสต์มาส

          ในวันคริสต์มาสเรามักจะใช้คำอวยพรให้แก่กันและกันว่า Merry X'mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า "สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ และได้จัดให้มีการฉลองเพื่อระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซู ที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ ประเพณีนี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษที่ 4 และค่อย ๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป



สีประจำวันคริสต์มาส

สีที่เกี่ยวข้องในวันคริสต์มาสประกอบด้วย

          สีแดง : เป็นสีของผลฮอลลี่ หรือซานตาคลอส เป็นสีของเดือนธันวาคม ที่แสดงถึงความตื่นเต้น และหากเป็นสัญลักษณ์ตามศาสนา สีแดงจะหมายถึง ไฟ, เลือด และความโอบอ้อมอารี

          สีเขียว : เป็นสีของต้นไม้ สัญลักษณ์ของธรรมชาตื หมายถึงความอ่อนเยาว์และความหวังที่จะมีชีวิตเป็นนิรันดร์ เปรียบได้กับว่าเทศกาลคริสต์มาสคือเทศกาลแห่งความหวัง

          สีขาว : เป็นสีของหิมะ และเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา คือแสงสว่าง ความบริสุทธิ์ ความสุข และความรุ่งเรือง สีขาวนี้จะปรากฏบนเสื้อคลุมนางฟ้า, เคราและชายเสื้อของซานตาคลอส

          สีทอง : เป็นสีของเทียนและดวงดาว เป็นสัญลักษณ์ของแสงอาทิตย์และความสว่างไสว

การทำมิสซาเที่ยงคืน

          การถวายมิสซานี้เกิดขึ้นหลังจากพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) ในปีนั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ เมื่อไปถึงตรงกับเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาทรงถวายบูชามิซซา ณ ที่นั้น เมื่อเดินทางกลับมาที่พักได้เวลาตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ยังมีสัตบุรุษหลายคนไม่ได้ร่วมขบวนไปด้วยในตอนแรก พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ในโอกาสวันคริสต์มาส

 
เทียนและพวงมาลัย

         พวงมาลัยนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่คนสมัยก่อนใช้หมายถึงชัยชนะ แต่สำหรับการแขวนพวงมาลัยในวันคริสต์มาสนั้น หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างครบบริบูรณ์ตามแผนการของพระเป็นเจ้า ซึ่งธรรมเนียมนี้ เกิดจากกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในประเทศเยอรมนีได้เอากิ่งไม้มาประกอบเป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้น ในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของเทศกาลเพื่อเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะจุดเทียนหนึ่งเล่ม สวดภาวนา และร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกันเป็นเวลา 4 อาทิตย์ก่อนถึงวันคริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยมอยางมากในประเทศอเมริกา ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยนำเทียน 1 เล่มนั้นมาจุดไว้ตรงกลางพวงมาลัยสีเขียว และนำไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง เพื่อเป็นการเตือนให้คนที่เดินผ่านไปมาได้รู้ว่าใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว ส่วนเหตุผลที่พวงมาลัยมีสีเขียวนั้น เป็นเพราะมีการเชื่อกันว่าสีเขียวจะช่วยป้องกันบ้านเรือนจากพวกพลังอันชั่วร้ายได้

ระฆังวันคริสต์มาส


          เสียงระฆังในวันคริสต์มาสคือการเฉลิมฉลองให้กับการประสูติของพระพุทธเจ้า โดยมีตำนานเล่าว่า มีการตีระฆังช่วงก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสเพื่อลดพลังความมืด และบ่งบอกถึงความตายของปีศาจ ก่อนที่พระเยซูผู้ที่จะมาช่วยไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น และระฆังนี้มีเสียงดังกังวาลนานนับชั่วโมง ก่อนที่ในเวลาเที่ยงคืนเสียงระฆังนี้จะกลับกลายมาเป็นเสียงแห่งความสุข



ดาว

          ดาว ในความหมายของชาวคริสเตียน หมายถึงการแสดงออกที่ดีของพระเยซูคริสต์ ที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า "The bright and morning star" มีความหมายพิเศษเหมือนกับว่า ดวงดาวเหล่านั้นได้แบ่งที่อยู่กับสรวงสวรรค์ ไม่ว่าจะมีกำแพงอะไรขวางกั้นระหว่างพื้นผิวโลกด้วยก็ตาม

เครื่องประดับและแอปเปิล                           

          ในบางแห่งเชื่อว่า ลำต้นของแอปเปิล มองดูคล้ายกับต้นไม้ในสรวงสวรรค์ จึงมีการนำเอาแอปเปิลมาประดับตามต้นไม้ในวันคริสต์มาส ส่วนเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ ที่ตกแต่งต้นคริสต์มาสนั้นเป็นงานศิลปะที่จำลองจากผลไม้ และที่มีสีสันสดใสนั้นเพื่อให้เกิดความรื่นเริงในบ้าน อีกทั้งแสงระยิบระยับที่สะท้อนไปมา ยังดูสวยงามคล้ายแสงเทียนและแสงไฟ



ของขวัญวันคริสต์มาส

                     

          การแลกเปลี่ยนของขวัญในวันคริสต์มาสนั้น เริ่มต้นจากเมือง Saturnalia ในช่วงยุคโรมัน ต่อมาชาวคริสต์รับประเพณีนี้เข้ามา ด้วยความเชื่อว่า การให้ของขวัญนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับของขวัญประเภททอง, ยางสนที่มีกลิ่นหอม และยางไม้หอม ซึ่งพวกนักเวทย์จากตะวันออกที่เดินทางมาคารวะพระเยซูคริสต์ นำมาให้ตอนที่ท่านประสูติ

          ทั้งหมดนั้นก็คือการเฉลิมฉลองให้กับพระเยซู ที่เกิดมาเพื่อชำระบาปให้แก่ชาวคริสต์ทั้งหลาย และเป็นเทศกาลที่นำความสุข สนุกสนาน มาสู่หมู่มวลมนุษย์ 

  
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
wikipedia.org
ru.ac.th
educatepark.com
- kapook.com

 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-11-03 11:50:28




เรื่องราววันฮาโลวีน2018

เรื่องราววันฮาโลวีน2018


เรื่องราววันฮาโลวีน2018

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

วันฮาโลวีน เทศกาล ฮาโลวีน ประวัติวันฮาโลวีน ตำนานฮาโลวีน Halloween

วันฮาโลวีน เทศกาล ฮาโลวีน ประวัติวันฮาโลวีน Halloween ตำนานฮาโลวีน

วันฮาโลวีน (สะกดได้อีกแบบหนึ่งคือ ฮันโลวีน, ฮัลโลวีน, ฮาโลวีน) เป็นวันหยุดประจำปีซึ่งฉลองในวันที่ 31 ตุลาคม วันฮาโลวีนมีรากฐานมาจากเทศกาลของเซลติคที่ชื่อว่า Samhain และวันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในการระลึกถึงนักบุญออนเซ็นต์ ในวันนี้มีการเฉลิมฉลองทางโลก แต่อีกนัยหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับศาสนาด้วย ซึ่งชาวไอริชที่ประสบปัญหาข้าวยากหมากแพงในประเทศของตน ได้อพยพย้ายถิ่นเข้ามาที่ทวีปอเมริกาเหนือช่วงทศวรรษที่ 1840 เป็นผู้นำประเพณีนี้เข้ามาเผยแพร่

 

วันฮาโลวีนวันฮาโลวีน

สีส้มและดำเป็นสีประจำของวันฮาโลวีน และมีตัวแจ็คโอแลนเทิร์นเป็นสัญลักษณ์ ส่วนกิจกรรมประจำเทศกาลก็จะมีการเล่น ‘ทริค ออ ทรีท’ มีการแต่งตัวเป็นผีไปร่วมงานปาร์ตี้ เล่นเกมทดสอบความกล้า เล่นรอบกองไฟ ผจญภัยในสถานที่สยองขวัญ เล่นพิเรน อ่านเรื่องสยองขวัญ และชมภาพยนต์สยองขวัญ

 

ประวัติวันฮาโลวีน

ประวัติวันฮาโลวีน มีจุดกำเนิดมาจากเทศกาลของชาวเซลติคโบราณซึ่งรู้จักในชื่อ Samhain มีที่มาจากชาวไอริชโบราณ ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน ซึ่งชาวบริตอนโบราณก็มีประเพณีคล้ายกันนี้ เรียกว่า Calan Gaeaf เทศกาล Samhain นั้น มีขึ้นเพื่อฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลติคอีกด้วย

เทศกาลฮาโลวีน นี้ ชนบางกลุ่มก็ใช้ชื่อว่า เทศกาลแห่งความตาย (Festival of the dead) ชาว เซลท์ โบราณเชื่อว่าเป็นวันที่โลกนี้ และโลกหน้า โคจรมาอยู่ใกล้กันมากที่สุด ทำให้เหล่าวิญญาณ (ทั้งที่มีอันตรายและไม่มีอันตราย) สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ซึ่งวิญญาณของบรรพบุรุษที่เคารพจะได้รับการต้อนรับกลับบ้าน ในขณะที่วิญญาณร้ายจะถูกขับไล่

โดยมีความเชื่อกันว่าการที่จะสามารถขับไล่วิญญาณร้ายได้นั้น สามารถทำได้ด้วยการสวมชุดและหน้ากากผี ซึ่งมีจุดประสงค์คือการแฝงตัวเป็นวิญญาณร้ายซะเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ในสก๊อตแลนด์ ผู้ชายวัยรุ่นจะแต่งตัวเลียนแบบผีด้วยการสวมชุดขาว สวมหน้ากาก สวมผ้าคลุมหน้า หรือทาหน้าเป็นสีดำ

เทศกาล Samhain ยังเป็นวันแห่งการตุนอาหารไว้สำหรับฤดูหนาว และมีการเล่นรอบกองไฟในหลายพื้นที่ ไฟและแสงสว่างประเภทอื่นจะถูกดับลง และบ้านแต่ละหลังจะจุดไฟในเตาโดยใช้เชื้อไฟจากกองไฟ ส่วนกระดูกของสัตว์ที่ใช้เป็นอาหาร จะถูกโยนเข้าไปในเปลวเพลิงนี้ บางครั้ง กองไฟ 2 กองจะถูกจุดไว้ข้าง ๆ กัน แล้วผู้คนกับสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารจะเดินวนระหว่างสองกองไฟ ถือเป็นพิธีการชะล้าง

 

skull

ตำนานฮาโลวีน การกำเนิดชื่อ ฮาโลวีน

คำว่า ฮาโลวีน (Halloween) เดิมทีนั้นสะกดเป็น ฮันโลวีน, ฮัลโลวีน, ฮาโลวีน เป็นคำย่อของคำว่า Hallows’ (ฮอลโลว, ฮาโลว) Even (อีเว้น) และคำว่า e’en ก็เป็นคำย่อของคำว่า even ซึ่งย่อมาจากคำว่า “evening (ค่ำ) ซึ่งเป็นคำที่มีรากคำมาจากภาษาอังกฤษโบราณ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ “วันอีฟ ออฟ ออลเซ็นต์” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของพวกนอกรีต ที่สันตะปาปา เกรกอรี่ที่สาม (731–741) และเกรกอรี่ที่สี่ (827–844) พยายามจะให้แทนที่เป็นงานฉลองวันหยุดของชาวคริสเตียน (วันออลเซ็นต์) โดยการย้ายจากวันที่ 13 พฤษภาคม เป็น 1 พฤศจิกายน

ในช่วงศตวรรษที่ 800 โบสถ์ต่าง ๆ ถือเอาวันนี้เป็นวันเริ่มต้นของพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งถือตามปฏิทินฟรอเรนไทน์ ซึ่งแม้ว่า วันออลเซ็นต์ในปัจจุบัน ให้นับเป็นวันที่ถัดจากวันฮาโลวีน 1 วันแล้วก็ตาม แต่การจัดงานฉลองและกิจกรรมต่าง ๆ ของทั้งสองวันนั้น จะทำกันในวันเดียวกัน

 

skull22

สัญลักษณ์และเครื่องหมาย ฮาโลวีน

ในวันฮาโลวีนอีฟ ชาว เซลท์ โบราณจะแขวนโครงกระดูกไว้ตรงธรณีหน้าต่าง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความตาย ประเพณีนี้มีจุดกำเนิดในยุโรป จะมีการแกะสลักโคมไฟจากหัวผักกาด เพราะมีความเชื่อว่าหัวเป็นส่วนที่มีพลังที่สุดของร่างกาย ประกอบไปด้วยจิตวิญญาณและภูมิความรู้ ซึ่งชาวเซลท์ จะใช้ส่วนหัวของผักมาขับไล่วิญญาณร้าย ตำนานของเวลส์ ไอริช และบริททิช จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหัวที่ทำด้วยทองเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องราวการล่าหัวมนุษย์ที่แพร่หลายในหมู่ชาวเซลทิคโบราณ ซึ่งมักจะนำเอาหัวที่ล่ามาได้นี้ไปตอกตะปูตรึงไว้ที่ทับหลังประตู หรือเอาไปวางไว้ข้างเตาไฟ เพื่อประกาศถึงความหลักแหลม

ชื่อของแจ็ค โอ แลนเทิร์นมีที่มาจากแจ็คชาวนาเฒ่า ขี้ตืด ติดพนัน และขี้เมา เขาหลอกปีศาจให้ปีนต้นไม้ที่ทำกับดักเป็นรูปสลักไม้กางเขนไว้ที่ลำต้น เพื่อไม่ให้ปีศาจกลับลงมาได้ ปีศาจได้แก้แค้นโดยการสาปแช่งแจ็ค ให้เขาร่อนเร่ไปยามค่ำคืนด้วยไฟดวงเดียวที่เขามี คือมีเทียนเล่มเดียวปักอยู่ในโพรงของหัวผักกาด

แต่ในอเมริกาเหนือสามารถหาฟักทองได้ง่ายกว่าหัวผักกาด ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าจึงหันมาแกะสลักฟักทองแทนหัวผักกาด หลายครอบครัวจะฉลองฮาโลวีนโดยการแกะสลักฟักทองเป็นรูปร่างน่ากลัวหรือรูปหน้าตลกแล้วไปวางที่ธรณีประตูในยามมืด

 

pk1

ประเพณีการแกะสลักฟักทองเริ่มต้นเข้ามาในอเมริกาเหนือในยุคที่ชาวไอริชประสบภาวะข้าวยากหมากแพง และเกี่ยวเนื่องกับช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวพืชผล ซึ่งประเพณีการแกะสลักนี้ ในช่วงแรกไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลฮาโลวีนเลย จนกระทั่ง กลางถึงปลายศตวรรษที่ 1800

ภาพรวมของวันฮาโลวีนส่วนใหญ่จะผสมผสานกันระหว่างผลงานของโกธิค และนวนิยายสยองขวัญที่เกี่ยวกับแฟงเคนสไตน์และแดร็คคูล่า เป็นเวลาเกือบศตวรรษแล้วที่ผู้สร้างหนังชาวอเมริกัน ,ศิลปินภาพกราฟฟิกและ บริษัทผลิตภาพยนตร์ของอังกฤษ “British Hammer Horror productions” มักผลิตผลงานสยองขวัญลึกลับออกมา

เพราะเมื่อเอ่ยถึงวันฮาโลวีนก็จะต้องเกี่ยวกับความตาย ปีศาจร้าย ตำนานเกี่ยวกับเวทมนต์และอสูรกายในตำนาน ซึ่งตัวละครพื้นฐานดั้งเดิม ได้แก่ ซาตาน พญามัจจุราช ภูตผี ปิศาจ ผีดิบ แม่มด ก็อปลินส์ แวมไพร์ ผีดูดเลือด มนุษย์หมาป่า ซอมบี้ โครงกระดูก แมวดำ แมงมุม ค้างคาว นกฮูก นกกา นกแร้ง

 

h6 วันฮาโลวีน h4 วันฮาโลวีน วันฮาโลวีน วันฮาโลวีน

สัญลักษณ์วันฮาโลวีนในอเมริกา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์สยองขวัญคลาสสิก (ซึ่งมักมีตัวละครจากบทภาพยนตร์ เช่น อสูรกายแฟงเคนสไตน์ และมัมมี่) สภาพอากาศจะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์อันได้แก่ ฟักทอง เปลือกข้าวโพด และหุ่นไล่กา บ้านเรือนต่าง ๆ มักจะประดับตกแต่งด้วยสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ตามที่ได้กล่าวไป ซึ่งสีส้มและดำเป็นสีประจำเทศกาลฮัลโลวีน

 

dec

Trick or Treat (ทริก ออร์ ทรีต | หลอกหรือเลี้ยง)

 

trick

ทริก ออร์ ทรีต (หลอกหรือเลี้ยง) เป็นการละเล่นตามประเพณีฮาโลวีนของพวกเด็ก ๆ โดยพวกเด็ก ๆ มักจะแต่งตัวแล้วออกไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อขอขนม ลูกอม หรือบางครั้งก็เป็นเงิน ด้วยคำถามที่ว่า “ทริก ออร์ ทรีต?” คำว่า ทริก (Trick) หมายถึง หากเจ้าบ้านไม่ทำการ ทรีต (Treat) คือมอบสิ่งของตามที่เด็ก ๆ ร้องขอ ก็จะก่อกวนเจ้าบ้านหรือบริเวณที่พักอาศัย ซึ่งในบางพื้นที่ของไอร์แลนด์และสก็อตแลนด์เด็กๆจะร้องเพลง หรือเล่าเรื่องผีเพื่อแลกกับการที่เจ้าบ้านยอม Treat

 

costume

การเล่น ทริก ออร์ ทรีต กลายมาเป็นกิจกรรมการหาเงินบริจาคขององค์การยูนิเซฟในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเริ่มจากการเป็นงานประจำของท้องถิ่นในแถบชานเมืองฟิลาเดลเฟียในปี 1950 และขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศในปี 1952 โดยโรงเรียนจะมอบกล่องรับบริจาคให้เด็กๆที่ออกไปเล่น ทริกออร์ทรีต เพื่อรับบริจาคจากบ้านต่างๆที่เด็กๆไปเยือน (บางครั้งก็จะขอเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ เช่น ห้างฮอลมาร์ค) ซึ่งเด็กๆสามารถหาเงินบริจาคให้กับองค์การยูนิเซฟ ได้มากกว่า 118 ล้านเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่เริ่มกิจกรรม ในปี 2006 ยูนิเซฟในแคนาดาได้ยุติการรับบริจาคในช่วงฮาโลวีนด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของเมืองและด้านการบริหาร และหลังจากที่หารือกับโรงเรียนต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินใจที่จะคิดรูปแบบใหม่ในการขอรับเงินบริจาค 

การแต่งตัว เครื่องแต่งกาย ใน วันฮาโลวีน

เครื่องแต่งกายประจำเทศกาลฮาโลวีน คือแต่งเป็นสัตว์ประหลาด เช่นผีร้าย โครงกระดูก แม่มด และภูต สาเหตุก็เนื่องมาจาก เพื่อต้องการทำให้ปิศาจร้ายกลัว ซึ่งการแต่งกายส่วนใหญ่มักจะเอาแบบอย่างมาจากบทประพันธ์มากกว่าที่จะเป็นความเชื่อของท้องถิ่น เช่น ตัวละครต่าง ๆ จากโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และสิ่งอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง

 

วันฮาโลวีน

บิก รีเสิร์ท ดำเนินการสำรวจสำ กลุ่มการค้าปลีกแห่งชาติ ในสหรัฐอเมริกาและพบว่า 53.3% ของผู้บริโภคตั้งใจจะซื้อเครื่องแต่งกายสำหรับวันฮาโลวีนในปี 2005 โดยใช้จ่ายเฉลี่ยแล้ว 38.11 เหรียญ (ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้ว 10 เหรียญ) พวกเขายังคาดว่าในปี 2006 จะใช้จ่ายเงิน 4.96 พันล้านเหรียญ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3 พันล้านเหรียญ

 

dec

เกมส์ และ กิจกรรมอื่น ๆ ใน วันฮาโลวีน

งานปาร์ตี้ในวันฮาโลวีนมักจะมีการเล่นเกมส์ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในเกมส์ยอดนิยมคือเกมส์แอปเปิลจุ่มน้ำ คือการเอาแอปเปิลไปแช่ไว้ในถังหรือกะละมังแล้วผู้เล่นต้องคาบแอปเปิลออกจากถัง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปการละเล่นไปบ้าง เช่น นั่งคุกเข่าบนเก้าอี้ แล้วคาบส้อมไว้ แล้วพยายามปล่อยส้อมให้ไปจิ้มบนลูกแอปเปิล

ส่วนอีกเกมส์หนึ่งก็คือการใช้เชือกแขวนน้ำเชื่อมหรือโดนัทแล้วให้ผู้เล่นกินโดนัทนั้นโดยไม่ใช้มือ ซึ่งจะทำให้หน้าตาผู้เล่นเปอะเปื้อน

ส่วนความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมา คือ หากผู้หญิงโสดนั่งอยู่ในห้องมืดแล้วเพ่งมองกระจกในคืนวันฮาโลวีน จะปรากฎหน้าเนื้อคู่ให้เห็นในกระจก และหากเห็นเป็นโครงกระดูกแทนที่จะเป็นรูปหน้าคนก็หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นจะเสียชีวิตก่อนแต่งงาน

 

images_cathalloweenความเชื่อนี้ได้ขยายวงกว้างออกไปจนปรากฎอยู่บนการ์ดอวยพรในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20บางเกมส์ที่เล่นในวันฮาโลวีนมักจะเป็นไปในทางการทำนายทายทัก เช่นชาวไอริชและสก็อตติชจะทำนายเนื้อคู่โดยการปอกเปลือกแอปเปิลให้เป็นเส้นยาโดยไม่ขาดจากกัน แล้วโยนเปลือกนั้นข้ามไหล่ไป

เปลือกแอปเปิลนั้นก็จะปรากฎเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อเนื้อคู่ของเรา ซึ่งความเชื่อนี้ ถูกนำเข้ามาจากผู้ที่ย้ายถิ่นฐานชาวไอริชและสก็อตติชในแถบชนบทของอเมริกา

การเล่าเรื่องผีและการชมภาพยนต์สยองขวัญก็เป็นส่วนหนึ่งในงานปาร์ตี้วันฮาโลวีน ส่วนซีรีย์ชุดที่มีเรื่องราวพิเศษ ๆ เกี่ยวกับวันฮาโลวีน (มักจะตั้งเป้ากลุ่มผู้ชมที่เป็นเด็ก) มักจะมีการออกอากาศก่อนวันฮาโลวีน ในขณะที่ภาพยนต์สยองขวัญ ส่วนใหญ่จะเข้าโรงและฉายในช่วงก่อนจะถึงวันหยุดฮาโลวีนเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ

เสน่ห์ของสถานที่สยองขวัญ

บ้านผีสิงก็จะถูกจัดขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเชิงสยองขวัญ ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจที่เกิดในช่วงเทศกาลฮาโลวีน จุดกำเนิดนั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่ามีที่มาจากการระดมทุนของ Junior Chamber International (เจซี) เมื่ออุตสาหกรรมของกิจกรรมดังกล่าวเติบโตขึ้น ก็มีการรวมเอาบ้านผีสิง เขาวงกต การนั่งรถบรรทุกหญ้าแห้ง ซึ่งมีความสมจริงมากขึ้น มาคอยให้บริการในช่วงวันฮาโลวีน


อาหารใน วันฮาโลวีนซึ่งกิจกรรมสยองขวัญเหล่านี้สามารถทำเงินในอเมริกาได้ราว 300-500 ล้านเหรียญต่อปี โดยมีลูกค้าราว 400,000 คน ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2005 การที่คนให้ความสนใจกันมากขึ้นนำไปสู่การค้นคว้าหาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดความสมจริงยิ่งขึ้นให้เท่าเทียมกับที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูด

เนื่องจากเป็นฤดูการเก็บเกี่ยวแอปเปิล อมยิ้มแอปเปิลจึงกลายมาเป็นขนมประจำเทศกาล (รู้จักกันในชื่อของ ทอฟฟี่แอปเปิล ภายนอกอเมริกาเหนือ) อมยิ้มแอปเปิลเคลือบคาราเมล หรือลูกกวาดแอปเปิล กลายเป็นสัญลักษณ์ของ treat ในเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งมีวิธีทำ คือ กลิ้งลูกแอปเปิลบนน้ำเชื่อม บางครั้งก็มีการเพิ่มถั่วเข้าไปด้วย

อีกหนึ่งอาหารของชาวไอริชที่ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ เค้กลูกเกด เป็นเค้กผลไม้แบบเบาๆ ซึ่งจะสอดไส้ แหวน เหรียญ หรือสิ่งต่างๆเข้าไปก่อนอบ และหากใครกินเข้าไปแล้วเจอแหวน ก็จะได้พบกับรักแท้ในปีต่อมา ซึ่งจะคล้ายกับประเพณี “King cake” ในเทศกาล Epiphany

+ Apple cider (unfiltered apple juice)
น้ำผลแอปเปิล (น้ำแอปเปิลที่ไม่ผ่านการกรอง)
+ Barmbrack (Ireland)
เค้กลูกเกด (ไอร์แลนด์)
+ Bonfire toffee (Britain)
ลูกอมบอนไฟร์ (อังกฤษ)
+ Candy corn (North America)
ลูกอมข้าวโพด (อเมริกาเหนือ)
+ Caramel corn
ข้าวโพดคาราเมล
+ Colcannon (Ireland)
คอนแคนนอน (ไอร์แลนด์)
+ Pumpkin, pumpkin pie, pumpkin bread
ฟักทอง พายฟักทอง ขนมปังฟักทอง
+ Roasted pumpkin seeds
เมล็ดฟักทองคั่ว
+ Roasted sweet corn
ข้าวโพดคั่วรสหวาน
+ Soul cakes
เค้กโซล
+ Novelty candy shaped like skulls, pumpkins, bats, worms, etc.
ลูกอมแปลกๆ ที่มีรูปร่างเหมือนโครงกระดูก ฟักทอง ค้างคาว หนอน เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก educatepark.com 





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-10-25 17:51:46




วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติความเป็นมาของเทศกาลตรุษจีน

วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติความเป็นมาของเทศกาลตรุษจีน


วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติความเป็นมาของเทศกาลตรุษจีน

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

ตรุษจีนเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน  (คล้ายกับวันสงกรานต์ของไทย) ชาวจีนทุกคนให้ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก มีการหยุดงานเป็นเวลายาว โรงเรียนสถาบันการศึกษาปิดเทอม (ปิดเรียนฤดูหนาว)ในช่วงนี้ เหลือเพียงแต่บางอาชีพที่ต้องทำหน้าที่พิเศษ ที่ไม่สามารถหยุดงานได้ ในวันตรุษจีนหน่วยงานห้างร้านต่างจะหยุดงานเป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อตระเตรียมจัดงานปีใหม่นี้

       มีการทำความสะอาดบ้านเรือนผ่านปีใหม่อย่างสะอาดสดใส ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ต่างเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็กๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพรในโอกาสมงคล ในตลาดคราคล่ำไปด้วยผู้คน ที่มาซื้อปลา เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ ฯลฯ  ทุกคนต่างดูแจ่มใสมีความสุข เด็กๆ สวมเสื้อใหม่ ทานลูกกวาด ขนมหวาน เล่นพลุประทัด อย่างรื่นเริง

       1 คืนก่อนวันปีใหม่จีน คือวันสุดท้ายของปีนั่นเอง เป็นคืนที่ครึกครื้นที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิด ต่างก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ช่วงมื้อค่ำคืนก่อนขึ้นปีใหม่จีน ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันพร้อมหน้าล้อมโต๊ะอาหารชนแก้วอวยพรปีใหม่กัน ในช่วงเวลานี้ทุกบ้านจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พอถึงเที่ยงคืน คนจีนทางเหนือก็จะเริ่มทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) คนจีนทางใต้ก็จะปั้นลูกอี๋ทำน้ำเชื่อม ทำไปชิมไป ทานไปครึกครื้นอย่างยิ่ง เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนจะตื่นแต่เช้าเยี่ยมเพื่อนบ้านเพื่อนฝูงเพื่ออวยพรปีใหม่

 

 หรือปีใหม่จีน

      ตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี พิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีนนั้น มีมานานกว่าศตวรรษ (100 ปี) จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร

      ตรุษจีนนั้นเป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น

ที่มาของวันตรุษจีน เกิดจากการจัดขึ้น เพื่อตั้งใจที่จะฉลองฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น ประเทศจีนปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าถึงฤดูใบไม้ผลิ จึงจะสามารถเพาะปลูกพืนผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตในแต่ละปีเป็นวันสำคัญที่เรียกว่า "วันตรุษจีน"

อาหารวันตรุษจีน ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่งเช่นขนมจีบ ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆกัน อาหารอันโอชะอย่างเช่นกุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร

เสื้อผ้าวันตรุษจีน การใส่เสื้อผ้าสีแดงถือเป็นสีที่เป็นมงคล เป็นการไล่ปีศาจร้ายให้ออกไป และการใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

อาหารไหว้เจ้า ตรุษจีน

      ในวันฉลองตรุษจีน อาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันอื่นๆในปี อาหารชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่า ไช่ ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความหมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน

  • เม็ดบัว - มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
  • เกาลัด - มีความหมายถึง เงิน
  • สาหร่ายดำ - คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
  • เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
  • หน่อไม้ - คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์
  • ปลาทั้งตัว - เป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดม-สมบรูณ์
  • ไก่ - สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์
  • เส้นหมี่ - ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

* ในทางตอนใต้ของจีน อาหารที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ส่วนทางเหนือได้แก่ หมั่นโถและติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม

* อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

      ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี

ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฏิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน

การแต่งกายและความสะอาด

ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผม เพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี

วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ

สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล

บุคคลแรกที่พบ

บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษ

การเข้าห้องนอนผู้อื่นในวันตรุษจีน ถือเป็นโชคร้ายมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยหรือปกติ ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก

ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษ

เพราะชาวจีนเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี

ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมา แต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือและปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีนตระหนักดีว่า การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อน เป็นการแสดงถึงความเป็นครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน

อั่งเปา

      สัญลักษณ์ที่ทุกคนทราบดีในวันตรุษจีนคือ อั่งเปาสีแดง โดยมีธรรมเนียมคือ ผู้ใหญ่ที่ผ่านการแต่งงานมาและทำงานมีรายได้แล้ว จะมอบซองสีแดง(ที่มีเงินจำนวนหนึ่งข้างใน) ให้กับเด็กๆที่มีอายุต่ำกว่า หรือยังไม่ได้ทำงาน พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ ซึ่งสีแดงของอั่งเปานั้นมีความหมายถึงโชคดี และเงินที่ใส่ในซองอั่งเปานั้น มักจะมีจำนวนเป็นเลขนำโชคของจีนนั่นคือเลข 8

15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน

วันแรกของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน

วันที่สอง ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าวอาบ น้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่า วันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด

วันที่สามและสี่ เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน

วันที่ห้า เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย

วันที่หก ถึงสิบชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข

วันที่เจ็ด ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมาชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิด ของมนุษย์ในวันนี้อาหารจะเป็น หมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ

วันที่แปด ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์

วันที่เก้า จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้

วันที่สิบถึงวันที่สิบสอง เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน วันที่สิบสามถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย

วันที่สิบสี่ ความเป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้น ในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน


------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยราคำแหง
http://www.lib.ru.ac.th/





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-02-12 12:37:51




วันดีดีทัวร์จัดให้ ไหว้เจ้าแม่กวนอิมย่านฮังฮอมฮ่องกง

วันดีดีทัวร์จัดให้ ไหว้เจ้าแม่กวนอิมย่านฮังฮอมฮ่องกง


วันดีดีทัวร์จัดให้ ไหว้เจ้าแม่กวนอิมย่านฮังฮอมฮ่องกง

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

ประวัติและเส้นทางแห่งความศรัทธาของ วัดเจ้าแม่กวนอิมฮังฮอม ฮ่องกง 

วัดนี้เริ่มสร้างกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1873 เป็นวัดเจ้าแม่กวนอิมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในฮ่องกง (วัดที่มีเจ้าแม่กวนอิมประทับอยู่ มีเป็นจำนวนมากใน
ฮ่องกง) สมัยก่อนย่านฮังฮอมถือว่าทุรกันดานมาก และถนนหนทางไม่สะดวกเอามากๆ แม้ว่าจะเดินทางมาจากจิมซาจุ่ยก็ตาม รัฐบาลเลยเริ่มโครงการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างฮังฮอม, จิมซาจุ่ย และ Kowloon City ถนนเส้นนี้สร้างแล้วเสร็จในปี 1909 ทำให้หลังจากนั้นมา การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ผู้คนมากมายต่้างพากันมาสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ศาลแห่งนี้กันอยู่ตลอด จนถึงปัจจุบัน 


มีเรื่องเล่าแห่งความศรัทธาอยู่ 2 เรื่องคะ สำหรับวัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้

เรื่องแรก >> ถนนเส้นนี้จะต้องมีการเจาะภูเขาเพื่อทำอุโมงค์ขึ้น เป็นทางเชื่อมต่อย่านทั้ง 3 เข้าด้วยกัน(Hung Hom, Tsim Sha Tsui และ Kowloon City)  ในระหว่างที่สร้างถนนเกิดเรื่องน่าประหลาดใจขึ้น กล่าวคือ ในระหว่างที่คนงานเจาะภูเขานั้น ปรากฎว่ามีน้ำสีแดงเลือดพุ่งออกมาจากพื้น คนงานต่างเชื่อกันว่า เป็นเลือดของมังกรที่อาศัยอยู่ในภูเขานั้น คนงานต่างพากันหวาดกลัวและไม่กล้าจะทำงานกันต่อ แล้วทำไงกันดี?? พวกคนงานต่างรวมกันบริจาคเงินให้กับศาลเข้าแม่กวนอิม ด้วยความเชื่อที่ว่าองค์เจ้าแม่จะช่วยให้พ้นเคราะห์จากการไปลบหลู่มังกร จากนั้นพวกคนงานก็สร้างถนนเชื่อมย่านทั้งสามจนแล้วเสร็จโดยไม่มีภัยอะไรเกิดขึ้นคะ (~ในภายในมีการพิสูจน์กันแล้วว่าน้ำสีแดงที่ว่าเกิดจาก ส่วนผสมระหว่างกำมะถันหรือ Sulphur กับ ปรอทหรือ Mercury นั่นเอง)

เรื่องที่สอง >> ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ย่านฮองฮัมถูกระเบิดลงถึง 2ครั้งใหญ่ๆ จากทหารญี่ปุ่น จุดมุ่งหมายคือถล่มอู่ต่อเรือที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ชื่อว่า Whampoa Dock Yard ผู้คนต่างหวาดกลัว และพากันมาหลบภัยที่วัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่บริเวณรอบๆศาลเสียหายอย่างหนัก แต่ด้วยบารมีขององค์เจ้าแม่ที่วัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ไม่เป็นอะไรเลย ผู้คนที่มาหลบภัยต่างศรัทธา บ่างก็ว่าเป็นเพราะบารมีขององค์เจ้าแม่กวนอิม เลยทำให้รอดปลอดภัยเป็นแน่แท้ ชื่อเสียงของเจ้าแม่กวนอิมยิ่งขจรขจายไปเป็นวงกว้างจวบจนปัจจุบัน (ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก packagetourhongkong.com) 

เจ้าแม่กวนอิมปางนี้มีชื่อเสียงทางด้านการให้กู้เงิน (ความเชื่อส่วนบุคคล)
ให้เราจุดธูปอธิฐานขอพร  และขอกู้เงินจากท่านได้เลยจะเอาเท่าไรก็ว่าไป  บางครั้งจะมีเจ้าหน้าที่แจกซองเงินให้
แต่ถ้าไม่มีเราก็เตรียมไปเอง   แล้ววนเหนือกระถางธูป 3 รอบหรือ  9 รอบ  ก็แล้วแต่กำลังความตั้งใจ   จากนั้นก็เก็บซองอังเปา นั้นไว้  เปรียบเสมือนว่าเราได้กู้เงินมาจากองค์เจ้าแม่แล้ว  
(ขอบคุณข้อมูลดีดีจากคุณ vicmak_2000) ทว่าจริงๆ แล้วพิธีขอซองอั่งเปาสามารถได้ตลอดทั้งปี  หากแต่ต้องซื้อหาอุปกรณ์เซ่นไหว้และซองแดงไปเอง เนื่องจากไม่ได้อยู่ในหน้าเทศกาล ทางวัดไม่มีเตรียมไว้ให้ ก่อนขอพรก็ให้ใส่ธนบัตรตามศรัทธา แล้วเขียนจำนวนเงินที่ต้องการลงไป โดยมีความเชื่อว่ายิ่งใส่สกุลเงินใหญ่ยิ่งดี  แล้วก็ไหว้ด้วยวิธีเดียวกัน ถ้าหากได้ตามที่ขอ เมื่อมีโอกาสไปฮ่องกงอีกครั้ง ก็ให้กลับไปทำบุญ ซื้อกระดาษไหว้เจ้าไปสักการะท่าน เหมือนกับขอกู้เงินเจ้าแม่กวนอิมมาทำทุน แล้วกลับไปจ่ายคืนเมื่อร่ำรวย
เวลาเปิด          :     ทุกวัน 08.00-17.45 น
การเดินทาง     :     นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ไปลงที่สถานี Hung Hom ทางออก Exit B1

 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-11-03 11:20:00




วันดีดีทัวร์จัดให้ เที่ยวเจาะลึกเมืองชลบุรี

วันดีดีทัวร์จัดให้ เที่ยวเจาะลึกเมืองชลบุรี


วันดีดีทัวร์จัดให้ เที่ยวเจาะลึกเมืองชลบุรี

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

วันนี้ท่านใดสนใจเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี วันดีดีทัวร์จัดให้  ใครเดินทางไปชลบุรีบ่อยๆ วันนี้เรารวมรูทเที่ยวง่ายๆ ขับสบายไปทางเดียวกัน มาให้ชมกัน เผื่อใครแวะไปเที่ยวจังหวัดชลบุรี จะได้แวะตามรายทางไปเรื่อยๆ ลองดูกันนะ เที่ยวง่ายๆ ใกล้ๆลองดูกัน เที่ยวง่ายๆ ใกล้ๆกรุง เพียง 90 กิโลเมตรเท่านั้น
วัดใหญ่อินทาราม เดิมชื่อ "วัดหลวง" เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูที่งดงามมาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงตรัสชมว่า "ฝีมืองามมาก อย่าให้ซ่อมแซมเป็นอันขาด" โดยเฉพะภาพจิตรกรรมฝาผนังเหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม ส่วนที่ผนังสองด้านเขียนเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดก และยังมีพลับพลาตรีมุข สร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์ เรียกกันว่า "หลวงพ่อเฉย" ถ้าเป็นไปได้ควรไปเที่ยวชมวัดนี้ในวันพระ เพราะถ้าเป็นวันธรรมดาต้องติดต่อขอกุญแจโบสถ์จากเจ้าอาวาส นอกจากนี้ยังมีพระนักวิชาการพานำชมและอธิบายให้ความรู้ด้วย
ที่ตั้ง : อยู่กลางเมืองชลบุรี จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าตัวเมืองชลฯ ที่สี่แยกเฉลิมไทย เข้าสู่ถนนโพธิ์ทอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจตน์จำนงค์ วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ ก่อนถึงสี่แยกตัดกับถนนอัคนิวาต (สี่แยกท่าเกวียน) หน้าวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถขึ้นรถสองแถวสายรอบเมืองชลบุรีได้
ติดต่อ : โทร. 038 285 397, 081 570 1469 หรือเฟซบุ๊ก วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง ชลบุรี
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนฯ มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ จัดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรีที่หลง เหลืออยู่ โดยทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรีได้จัดสร้างศูนย์นี้ขึ้น เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่ พร้อมให้ความรู้ประชาชนควบคู่กันไปด้วย มีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ยาว 2,300 เมตร ซึ่งจัดเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีสวนสุขภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาออกกำลัง กาย นอกจากผู้เข้าชมจะได้พบเห็นดงต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น และช่วยกำบังคลื่นลมทะเลได้เป็นอย่างดีแล้ว เรือนรากโกงกางเหล่านี้ยังกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ อีกทั้งช่วยดักให้สารอินทรีย์ในน้ำตกตะกอนได้อีกด้วย ถ้าสังเกตให้ดีจะพบหอย ลูกปลา ปลาตีน ปูก้ามดาบ กุ้ง นกกินเปี้ยว รวมถึงปูพันธุ์ใหม่ชื่อ "หยกฟ้า" และมีนกยางบินวนเวียนมาดักซุ่มจับปลากินเป็นอาหารด้วย
ที่ตั้ง : หมู่ 3 ถนนเลียบป่าชายเลน ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
การเดินทาง : จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาที่แยกคีรี จนถึงถนนเลียบป่าชายเลนแล้วเลี้ยวซ้าย ศูนย์อยู่ตรงข้ามกับสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรี
 เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30-18.30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ผู้ใหญ่ราคา 5 บาท เด็กราคา 3 บาท ถ้าต้องการวิทยากรนำชมเพื่อให้ความรู้ คิดค่าวิทยากรชั่วโมงละ 100 บาท
ติดต่อ : โทร. 038 398 268-9
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
หาดบางแสน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิวมะพร้าว ถัดเข้าไปมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่าว่ายน้ำ มีเรือบานาน่าโบ๊ท จักรยานให้เช่า และห้องอาบน้ำจืด ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด จึงสามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้ บางแสนเริ่มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 จนถูกขนานนามว่า "บางแสนดินแดนสุขี" มีผู้เดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก จนครั้งหนึ่งบางแสนเคยทรุดโทรม ผิดกับปัจจุบันที่ได้รับการดูแลจัดระเบียบอย่างดี จึงกลายเป็นชายหาดที่สะอาดน่าเที่ยวในทุกฤดูกาล โดยหาดบางแสนนี้มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 4.5 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือหาดบางแสน เป็นช่วงกลางของหาดและเป็นจุดที่นิยมลงเล่นน้ำกัน ถัดมาคือแหลมแท่น เป็นช่วงเหนือสุดของหาด มีโขดหินสวยงาม ลงเล่นน้ำไม่ได้ และส่วนสุดท้ายคือหาดวอนนภา เป็นชายหาดตอนใต้สุด บรรยากาศเงียบสงบ มีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็ก ๆ กระจายอยู่ห่าง ๆ กัน
ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร ที่ตำบลแสนสุข แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงหลักกิโลเมตร 104 เข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ตลาดหนองมนเข้าสู่หาดบางแสน มีรถวิ่งตลอดวัน
เขาสามมุข เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก และชอบออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน ก่อนกลับบ้านมักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้านอาหารทะเลอร่อย ๆ อยู่หลายร้าน
ศาลเจ้าแม่สามมุข เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศเหนือหันหน้าออกสู่ทะเล โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข ศาลแห่งนี้มักมีผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพรและบนบานกันอยู่เสมอ โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บนด้วยการจุดประทัดและซื้อสร้อยมุขมา ถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่ นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน นิยมปฏิบัติกันมาก ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ เป็นวิหารพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ให้สักการะ บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย
ที่ตั้ง : อยู่บริเวณแหลมสามมุข จากอ่างศิลาไปตามทางหลวงหมายเลข 3134 อีกราว 3 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปเขาสามมุข เลี้ยวขวาไปตามป้ายอีก 1 กิโลเมตร จนถึงศาลเจ้าแม่สามมุข หรือถ้ามาจากหาดบางแสน ใช้ถนนเส้นเลียบหาดมุ่งตรงสู่แหลมแท่น จะมีป้ายบอกทางไปตลอด ห่างจากหาดบางแสนราว ๆ 2 กิโลเมตร
การเดินทาง : เขาสามมุขไม่มีรถสองแถวผ่าน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก หรือไม่ต้องเช่ารถสองแถวจากตลาดหนองมนให้ไปส่ง แล้วรอรับกลับก็ได้
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นป่าแห่งเดียวของชลบุรี ดำเนินงานโดยองค์การสวนสัตว์ นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์มากถึง 300 ชนิด ทั้งสัตว์ของไทยและจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นช้าง กระทิง วัวแดง ฮิปโปโปเตมัส ชะนี ค่าง  ลิงลม (นางอาย) ม้าลาย ยีราฟ นกกระจอกเทศ ไฮยีน่า เสือ สิงโต กวางดาว ละมั่ง แพะภูเขา เลียงผา หมี นกยูง นกกระเรียน นกเงือก ฯลฯ ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติเหมาะแก่อุปนิสัยของสัตว์นั้น ๆ และสามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ในกรงเพื่อกันการหลบหนี และเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นมาใหม่ จากนั้นได้นำสัตว์บางส่วนจากสวนสัตว์ดุสิตมาปล่อยเลี้ยงไว้ตามสภาพธรรมชาติ แล้วเริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2521 ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ นับเป็นสวนสัตว์เปิดที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก แบ่งออกเป็นส่วนวิจัยและศึกษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก สวนสัตว์เปิด และส่วนบริการ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือ "สวนนก" ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กขนาดใหญ่คลุมด้วยตาข่าย กินพื้นที่ถึง 5 ไร่ ภายในมีเส้นทางเดินขึ้นไปเนินเขา แล้ววนกลับลงมา ที่นี่มีนกหลายชนิดส่งเสียงร้องและบินไปมาอยู่ทั่วสวน อาทิ นกฟลามิงโก้ นกเขียวคราม นกกางเขนดง นกแต้วแร้ว นกขมิ้น ไก่ฟ้า เป็ดก่า และอื่น ๆ นอกจากนี้ ทุกวันยังมีการจัดกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืน (Night Safari) แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย
ที่ตั้ง : บริเวณเชิงเขาเขียว ห่างจากตัวเมืองศรีราชาเข้าไป 25 กิโลเมตร
การเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว จากถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดบางพระ เดินทางไปตามป้ายบอกทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่มีอยู่อย่างชัดเจนเป็นระยะ ๆ ถนนจะลัดเลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ ผ่านสนามกอล์ฟบางพระ ขึ้นสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) จากนั้นตรงต่อไปอีก 7 กิโลเมตร จนถึงปากทางเข้าสวนสัตว์ สามารถขับรถวนภายในสวนสัตว์ และจอดแวะชมตามจุดต่าง ๆ ได้โดยสะดวก
- รถสองแถว คิวอยู่ในถนนไปอ่างเก็บน้ำบางพระ ตรงข้ามศาลเจ้า จะรอให้คนเต็มหรือจะเหมาไปก็ได้
เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
ติดต่อ : โทร. 038 318 444 หรือ เว็บไซต์ kkopenzoo,  เฟซบุ๊ก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
(ขอขอบคุณข้อมูลดีดี จาก กระปุกดอทคอม จร้า)



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-10-27 16:34:26




สนุกไปด้วยกัน วันดีดีทัวร์

สนุกไปด้วยกัน วันดีดีทัวร์


สนุกไปด้วยกัน วันดีดีทัวร์

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

One DD Tour พร้อมนำทุกท่านเดินทางท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ บริการจัดงานท่องเที่ยวประจำปี ศึกาาดูงานทั้งในประเทศต่างประเทศ บริการสำรองห้องพักในประเทศต่างประเทศ บริการแพ็คเก็จทัวร์ บริการจองตั๋วเครื่องบิน จัดกิจกรรมWalk Rally,Car Rally,Boat Rally,Van Rally,Bus Rally,Team Buiding,กิจกรรมสันทนาการ ในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ยังรับจัดงาน Sport Day,Night Party,Grand Opening ในราคาที่ท่านสามารถกำหนดได้ พร้อมด้วยทีมงานสร้างสรรค์ความสนุกเป็นกันเอง พร้อมบริการที่ประทับใจใน ราคาที่เป็นกันเอง "เราตั้งใจที่จะทำวันพักผ่อนที่มีค่าของทุกท่านให้เป็น วันดีดี เสมอ"





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-05-01 17:43:52




วันดีดีทัวร์จัดให้ แนะนำสถานที่จัดงานสงกรานต์2560

วันดีดีทัวร์จัดให้ แนะนำสถานที่จัดงานสงกรานต์2560


วันดีดีทัวร์จัดให้ แนะนำสถานที่จัดงานสงกรานต์2560

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

1.ชื่องาน : ประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน

กำหนดการโดยประมาณ : 16-17 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณชายหาดบางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

รายละเอียดกิจกรรม : ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ประกวดพระทราย การแข่งขันการละเล่นพื้นบ้าน เล่นน้ำสงกรานต์วันไหล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : เทศบาลเมืองแสนสุข โทรศัพท์ 0 3819 3523 ททท. สำนักงานพัทยา โทรศัพท์ 0 3842 7667, 0 3842 8750, 0 3842 3990

 

2.ชื่องาน : งานประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ

กำหนดการโดยประมาณ : 18 -20 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : สวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ และชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

รายละเอียดกิจกรรม : ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การก่อเจดีย์ทราย การแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ประเพณีกองข้าว นาเกลือ การประกวดนางสงกรานต์ และเล่นน้ำสงกรานต์บรรยากาศชายทะเล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ศาลาว่าการเมืองพัทยา โทรศัพท์ 0 3825 3231 ททท. สำนักงานพัทยา โทรศัพท์ 0 3842 7667, 0 3842 8750, 0 3842 3990

วันสงกรานต์ ปี 2560
วันสงกรานต์ ปี 2560

3.ชื่องาน :ประเพณีสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน - เสียงแคนและถนนข้าวเหนียว

กำหนดการโดยประมาณ : 5-15 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณบึงแก่งนคร ถนนศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น

รายละเอียดกิจกรรม : การแข่งขันจักรยาน MTB , การแข่งขันวอลเลย์บอล, การแข่งขันเปตองชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ , การประกวดหมากหุ่งตำลำซิ่ง, การจำหน่ายสินค้า OTOP รำวงย้อนยุค พิธีทำบุญตักบาตร  ขบวนแห่เกวียนบุปผชาติและขบวนแห่สงกรานต์ การเล่น Human Wave คลื่นมนุษย์บันทึกสถิติโลก กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับงานสงกรานต์ในจังหวัดขอนแก่น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : เทศบาลนครขอนแก่น โทรศัพท์ 0 4322 4032 ททท. สำนักงานขอนแก่น โทรศัพท์ 0 4324 4498-9

 

4.ชื่องาน : ประเพณีสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์บุญปีใหม่ ไทย-ลาว ประจำปี 2560

กำหนดการโดยประมาณ : 11-15 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณถนนข้าวปุ้น เขื่อนหน้าเมือง เขตเทศบาลเมืองนครพนม และในเขตเทศบาลตำบลเรณูนคร จ.นครพนม

รายละเอียดกิจกรรม :

- กิจกรรมการจัดงานในเขตเทศบาลเมืองนครพนม กิจกรรมตลาดโบราณ "ตลาดเก่าท่าน้ำเมืองนคร" ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทสบาลเมืองนครพนม ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำโขงในอดีต ซึ่งจำลองการซื้อขาย - การแสดงวัฒนธรรม การละเล่นต่างๆ สนุกสนานเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนข้าวปุ้น ชมการแข่งขัน กีฬาพื้นบ้าน สะบ้าทอย ชมขบวนแห่เทศกาลสงกรานต์ของชุมชน ในเขตเทศบาล พิธีฮดสรง (สรงน้ำ) พระธาตุประจำวันเกิด การประกวดนางสงกรานต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง พิธีทอดผ้าป่ามหากุศล พระธาตุสองแผ่นดิน(พระธาตุพนม-พระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว)

- กิจกรรมการจัดงานในเขตเทศบาลตำบลเรณูนคร ชมการละเล่นพื้นบ้านชาวผู้ไท อาหารพื้นเมือง พิธีกรรม ความเชื่อ และการจำลองวิถีชีวิตของชาวผู้ไท และกิจกรรมวันผู้ไทโลก กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชมการฟ้อนภูไท การสาธิตแสดงการละเล่น และวิถีชีวิตของชนเผ่าภูไทในอำเภอเรณูนครชมขบวนแห่นางสงกรานต์ และการประกวดสาวงามเรณูนคร ณ บริเวณถนนวัฒนธรรม เทศบาลตำบลเรณูนคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : เทศบาลเมืองนครพนม โทร. 0 4251 6159 เทศบาลตำบลเรณูนคร โทร. 0 4257 9239ททท.นครพนม โทร. 0 4251 3490-1

วันสงกรานต์ ปี 2560
วันสงกรานต์ ปี 2560

5.ชื่องาน : งานเทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร

วันที่จัดงานโดยประมาณ : วันที่ 12 - 15 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณวัดพระบรมธาตุ และบริเวณสวนศรีธรรมโศกราช สนามหน้าเมือง หอพระอิศวร หอพระนารายณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

กิจกรรม : มหกรรมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง กิจกรรมนั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องลิกอร์ การแสดง แสง สี เสียง ชุด “ศรีธรรมาโศกราช” และพิธีแห่นางดานหนึ่งเดียวในสยาม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : เทศบาลเมือง นครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 0 7534 2880-2, ททท. สำนักงานนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 0 7534 6515-6 โทรสาร 0 7534 6517

วันสงกรานต์ ปี 2560
 

6.ชื่องาน : หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ปี 2560 จังหวัดสงขลา

วันที่จัดงานโดยประมาณ : วันที่ 11 - 13 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณศาลาไทย แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา

กิจกรรม : พิธีทำบุญตักบาตร ขบวนแห่แห่พระพุทธสิหิงค์และสรงน้ำฯ พิธีรดน้ำผู้อาวุโส/ผู้สูงอายุ บริเวณศาลาไทย เล่นน้ำสงกรานต์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  เทศบาลนครหาดใหญ่ โทร. 0 7420 0041, สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา โทร. 0 7442 9696-7, ททท. สำนักงานหาดใหญ่ โทร. 0 7424 3747

 

7.ชื่องาน : Songkran On The Beach จังหวัดภูเก็ต

วันที่จัดงานโดยประมาณ : วันที่ 12 - 13 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณสวนสาธารณะโลมา และเดอะพอร์ต ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

กิจกรรม : ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์รอบหาดป่าตอง การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การแสดงทางวัฒนธรรม และการละเล่นแบบไทย การเล่นน้ำสงกรานต์หาดป่าตอง 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานภูเก็ต โทรศัพท์ 0 7621 1036 , 0 7621 2213 โทรสาร 0 7621 3582

วันสงกรานต์ ปี 2560
วันสงกรานต์ ปี 2560

8.ชื่องาน : เทศกาล "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์" กรุงเทพมหานคร

วันที่จัดงานโดยประมาณ : วันที่ 12-15 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร ตลอดจนบริเวณ 9 พระอารามหลวง และพื้นที่รอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร 

รายละเอียดกิจกรรม : จำลองสงกรานต์ 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้) กิจกรรมสรงน้ำพระ การสาธิตการทำอาหารพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม กิจกรรมไหว้พระ 9 วัดประจำรัชกาลและพระอารามหลวง 1. วัดพระพระศรีรัตนศาสดาราม 2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 3. วัดอรุณราชวราราม 4. วัดกัลยาณมิตร 5. วัดระฆังโฆสิตาราม 6. วัดสุทัศเทพวราราม 7. วัดบวรนิเวศวิหาร 8. วัดสระเกศ 9. วัดชนะสงคราม 10. วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 11. วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม 12. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 13. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

กิจกรรมสงกรานต์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ : ชุมชนบางลำพู ถนนข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ สวนสันติชัยปราการวิสุทธิ์กษัตริย์) กิจกรรมสงกรานต์ที่บ้านเกิด กิจกรรมสงกรานต์วิถีไทย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2250 5500 โทรสาร 0 2250 5511

เว็บไซต์ : http://www.tourismthailand.org

วันสงกรานต์ ปี 2560
วันสงกรานต์ ปี 2560

9.ชื่องาน : งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

วันที่จัดงานโดยประมาณ : วันที่ 22-24 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน : บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

กิจกรรม : ขบวนแห่หงส์ธงตะขาบ ขบวนนางสงกรานต์ ขบวนรถบุปชาติ การละเล่นสะบ้าของชาวไทยรามัญ การละเล่นพื้นบ้าน ประกวดหนุ่มลอยชาย การเล่นน้ำสงกรานต์แบบชาวไทยรามัญ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ที่ว่าการอำเภอพระประแดง โทรศัพท์ 02463 4891 ต่อ 129-130, ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2250 5500 โทรสาร 0 2250 5511

 

10.ชื่องาน : งานประเพณีมหาสงกรานต์จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2560

กำหนดการโดยประมาณ : 13 - 14 เมษายน 2560

สถานที่จัดงาน: บริเวณคลองส่งน้ำชลประทาน ถนนเณรแก้วด้านทิศใต้ หน้าสถานีขนส่ง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

รายละเอียดกิจกรรม : ชมขบวนแห่รถสงกรานต์ การสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ การละเล่นสงกรานต์พื้นบ้าน การประกวดเทพีสงกรานต์ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง การคัดสรรสุดยอดพ่อครัว-แม่ครัวหัวเห็ดเมืองสุพรรณ และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจากสถาบันการศึกษาต่างๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท.ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี โทร. 0 3553 5789, 0 3553 6189, 0 3553 6030 0 3553 6030
(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก เวปไซต์สนุกดอทคอม)
ทั้งหมดที่ผ่านมาคือ ข้อมูลดีดีที่ทาง วันดีดีทัวร์ ได้เลือกและค้นหามาจากหลายๆที่มารวบรวมและหวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์ กับท่านที่ได้เข้ามาอ่านและหาข้อมูล และทาง วันดีดีทัวร์ หวังว่าเราน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลสาระดีดีให้กับทุกๆท่าน หากท่านใดสนใจสอบถามเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถสอบถามได้ที่ 0629462949 0830885969 038759389 





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-04-06 13:26:35




วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติเทศกาลสงกรานต์ 2017

วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติเทศกาลสงกรานต์ 2017


วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติเทศกาลสงกรานต์ 2017

ประเภท : อื่นๆ

รายละเอียด

วันดีดีทัวร์จัดให้ ประวัติเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงเดือนเมษายนเช่นนี้ ใครหลายๆ คนคงกำลังคิดถึงวันหยุดยาวประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั้นก็คือ วันสงกรานต์ อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นวันที่ถือได้ว่าเป็นวันแห่งความสุขเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเราจะได้สาดน้ำเล่นกันคลายร้อน แถมยังได้หยุดยาวต่อเนื่อง 3-5 วันกันเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่ใน เทศกาลสงกรานต์เช่นนี้ ก็จะร่วมกันทำบุญร่วมกันในครอบครัว ไหว้ผู้สูงอายุ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต และถือโอกาศเดินทางท่องเที่ยวเล่นน้ำกันในสถานที่ต่างๆ ท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวกับ วันดีดีทัวร์ ได้เลย  ซึ่งวันสงกรานต์ 2560 ในปีนี้ตรงกับวันวันศุกร์ที่ 14 เมษายน เวลา 2 นาฬิกา 49 นาที 12 วินาที จันทรคติ ตรงกับ วันพฤหัสบดี แรม ๒ ค่ำ เดือนห้า (๕) ปีระกา (ขอบคุณข้อมูลจาก :สกู๊ปเอ็มไทย)

ประวัติวันสงกรานต์

คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สํ-กรานต” ซึ่งแปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น หรือย้ายขึ้น โดยมีนัยความหมายว่า การเข้าสู่ศักราชราศีใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ นั้นเอง  โดยเทศกาลสงกรานต์ นั้นเป็นประเพณีที่มีความเก่าแก่และคนไทยสืบทอดกันมาแต่โบราณคู่กับประเพณีตรุษจีนกันเลยทีเดียว จึงได้มีการรวมเรียกกันว่า “ประเพณีตรุษสงกรานต์” ซึ่งแปลว่าการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ นั้นเอง

วันมหาสงกรานต์

ในสมัยโบราณ คนไทยถือว่า วันขึ้น 1 ต่ำ เดือนอ้าย ซึ่งจะตรงในช่วงเดือน พฤศจิกายนหรือธันวาคม ให้เป็นวันขึ้นปีใหม่  แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ จนต่อมาในสมัยยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ. 2483 ได้เปลี่ยนวันปีใหม่ให้เป็นวันสากล คือ วันที่ 1 มกราคม  แต่ถึงอย่างไร คนโบราณก็ยังคงคุ้นเคยกับวันปีใหม่ไทยในเดือนเมษายน จึงได้กำหนดให้วันที่ 13 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยร่วมด้วย


นางสงกรานต์ 2560 “กาฬกิณีเทวี”

ประวัตินางสงกรานต์ นางสงกรานต์กิริณีเทวี

นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดีมีนามว่า นางกิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน พาหนะคชสาร (ช้าง) สำหรับความเชื่อทางล้านนานั้นวันพฤหัส ชื่อ นางกัญญาเทพ

นอกจากนี้ท่าทางของนางสงกรานต์จะกำหนดตามเวลาที่พระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษ หรือเวลามหาสงกรานต์ตามที่คำนวณได้ ซึ่งเกณฑ์ในการกำหนดท่าทางของนางสงกรานต์นั้นจะเป็นดังนี้

  • ถ้าเวลามหาสงกรานต์เป็นเวลารุ่งสางถึงเที่ยง (6:00 น. – 11:59 น.) นางสงกรานต์ยืนมา
  • ถ้าเป็นเวลาเที่ยงถึงเย็น (12:00 น. – 17:59 น.) นางสงกรานต์นั่งมา
  • ถ้าเป็นเวลาค่ำถึงเที่ยงคืน (18:00 น. – 23:59 น.) นางสงกรานต์นอนลืมตามา
  • ถ้าเป็นเวลาเที่ยงคืนถึงเช้ามืด (00:00 น. – 05:59 น.) นางสงกรานต์นอนหลับตามา
    ข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวนี้จะมีระบุในประกาศสงกรานต์เสมอ

นางสงกรานต์ ในโบราณมีการกำหนดไว้ถึง 7 นางด้วยกัน ซึ่งแต่ละนางก็จะมีความหมาย คำทำนายที่แตกต่างกันออกไป โดยทั้ง 7 นางสงกานต์ จะประกอบไปด้วย

  1. นางทุงษะเทวี
  2. นางรากษเทวี
  3. นางโคราคเทวี
  4. นางกิริณีเทวี
  5. นางมณฑาเทวี
  6. นางกิมิทาเทวี
  7. นางมโหธรเทวี

สำหรับวันสงกรานต์ ปี 2560 นี้ นางสงกรานต์นามว่า “กาฬกิณีเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จไสยาสน์หลับเนตร (นอนหลับตา) มาเหนือหลังกุญชร(ช้าง) เป็นพาหนะ (ขอบคุณข้อมูลจาก : myhora)

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับวันสงกรานต์

ในวันสงกรานต์ของประเทศไทยในแต่ละภาคจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

‹    –  สงกรานต์ภาคกลาง

13 เมษายน จะเรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” และถือเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติอีกด้วย

14 เมษายน จะเรียกว่า “วันเนา” และถือเป็นวันครอบครัว

15 เมษายน จะเรียกว่า “วันเถลิงศก” ถือว่าเป็นวันเริ่มจุลศักราชใหม่

   – สงกรานต์ภาคเหนือ

13 เมษายน จะเรียกว่า “วันสงขารล่อง” ความหมายว่า อายุสิ้นปีหมดไปอีกปี

14 เมษายน จะเรียกว่า “วันเน่า” วันที่ห้ามพูดคำหยาบคาย

15 เมษายน จะเรียกว่า “วันพญาวัน” ถือว่าเป็นวันเริ่มจุลศักราชใหม่

   – สงกรานต์ภาคใต้

13 เมษายน จะเรียกว่า “เจ้าเมืองเก่า” เชื่อกันว่าวันที่เทวดารักษาบ้านเมืองจะกลับบนสวรรค์

14 เมษายน จะเรียกว่า “วันว่าง” วันที่ปราศจากเทวดารักษาเมือง

15 เมษายน จะเรียกว่า “วันรับเจ้าเมืองใหม่” วันรับเทวดาองค์ใหม่เพื่อดูแลบ้านเมือง
 
ทั้งหมดที่ผ่านมาคือ ข้อมูลดีดีที่ทาง วันดีดีทัวร์ ได้เลือกและค้นหามาจากหลายๆที่มารวบรวมและหวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์ กับท่านที่ได้เข้ามาอ่านและหาข้อมูล และทาง วันดีดีทัวร์ หวังว่าเราน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลสาระดีดีให้กับทุกๆท่าน หากท่านใดสนใจสอบถามเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถสอบถามได้ที่ 0629462949 0830885969 038759389 
 





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-04-06 13:22:15