oneddtour.com=> ยุโรป


ยุโรป

มหัศจรรย์ TURKEY 9 วัน 6 คืน บิน TK

มหัศจรรย์  TURKEY 9 วัน 6 คืน บิน TK


มหัศจรรย์ TURKEY 9 วัน 6 คืน บิน TK

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

โปรแกรมการเดินทาง 9 วัน 6 คืน : เดินทางโดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์
วันแรก                กรุงเทพ •ตุรกี อิสตันบูล (-/-/-)

18.30 น.            พร้อมกันที่ สนามบินสุววรณภูมิ เคาท์เตอร์ สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เคาท์เตอร์ U ประตู 9 
Turkish Airlines (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
21.45 น.             ออกเดินทาง (บินตรง) สู่ประเทศตุรกี เมืองอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK65
 
วันที่สอง     สนามบินอิสตันบูล• เมืองชานักกาเล • เมืองโบราณทรอย• ถ่ายรูปกับม้าโทรจัน • เมืองไอวาลิค
                  (เช้า/กลางวัน/เย็น)

       
04.00 น.             เดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ (เวลาท้องถิ่นที่ตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
ออกเดินสู่             เมืองอิสตันบูล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดใน ประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณ ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และ ทวีปเอเชีย (ฝั่งอานาโตเลีย)
เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่         เมืองชานักกาเล(Canakkale) เป็นเมืองที่ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนต์ (Hellespont) มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของ ช่องแคบดาร์ดาแนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลู ของ กรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มาลา และ ทะเลเอเจียน ชานักกาเล อยู่ห่างจาก กรุงอีสตั้นบูล เมืองหลวง ของตุรกีด้วยการเดินทางทางรถยนต์ประมาณ 4 ชั่วโมง เคยเป็นที่ตั้งของ เมืองทรอย ที่ปรากฏใน สงครามกรุงทรอย ปัจจุบัน มีซากของกำแพงเมืองที่เป็นหินหนาปรากฏอยู่ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
จากนั้น             ม เมืองโบราณ ทรอย(Troy) ตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีนามว่า ‘โฮเมอร์’ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า ‘กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบ เฮลเลสพอนด์ (Hellenpond) ทำให้นครแห่งนี้สามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อทั้งทางบกและทางน้ำระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรปได้’ ตามบันทึกที่ว่านี้นั้นแรกเริ่มเดิมทีเหล่านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างก็เชื่อว่ากรุงทรอยเป็นแค่เมืองในตำนาน หาได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ไม่ หากแต่เมื่อราว 140 ปีที่แล้ว มีผู้ค้นพบซากของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือซากของ ‘กรุงทรอย’
เที่ยง                  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร         เดินทางสู่เมือง ไอวาลิค ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง
ระหว่างทาง        แวะถ่ายรูป กับ ม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan horse) เป็นม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้จาก มหากาพย์อีเลียด เรื่อง สงครามเมืองทรอย ม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของ โอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบยืดเยื้อมานานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป เมื่อชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการที่ทางฝ่าย กรีก สร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทพเจ้าและล่าถอยไปแล้ว จึงลากเข้าไปไว้ในเมืองและฉลองชัยชนะ เมื่อตกดึก ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้เป็นที่สำเร็จ
เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก                IRIS HOTEL หรือ เทียบเท่าระดับ 4 ดาวตามมาตรฐานตุรกี ที่ เมืองไอวาลิค
 
วันที่สาม       คุชาดาสึเมืองโบราณเอฟฟิซุสบ้านพระแม่มารี โรงงานผลิตเสื้อหนังปามุคคาเล  (เช้า/กลางวัน/เย็น)

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
จากนั้น              ดินทางสู่ เมืองคุชาดาสึ(Kusadasi) ชมเมืองโบราณ เอฟฟิซุส  (Ephesus)  เมืองโบราณที่ได้มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีแห่งหนึ่งของโลก เมืองเอฟฟิซุสเป็นเมืองในยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่ สวยงามสมกับการเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเมืองโบราณเอฟฟิซุส รุ่งเรืองในยุคสมัยกรีก และโรมัน มีอายุกว่า 2,500 ปีเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไอโอเนียน(Ionian) ที่อพยพมาจากกรีก ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาลแผนผังเมืองเอฟฟิซุสนั้นได้ชื่อว่าเป็นเลิศทางด้านยุทธศาตร์ทหาร และการค้า โดยตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลอีเจี้ยน เรือสินค้าสามารถเทียบท่าได้ใกล้ประตูเมืองมาก และตัวเมืองเอฟฟิซุสนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ขนาบด้วยภูเขาสูงสองด้าน คือ ภูเขาคอเรสซัส (Mount Coressus) กับ ภูเขาไพออน (Mount Pion) จึงทำให้ข้าศึกบุกโจมตีได้ยากมาก บ้านพระแม่มารี (House of Vergin Mary) เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง
เที่ยง                  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร         นำท่านชม โรงงานผลิตเสื้อหนัง ที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของตุรกี เสื้อแจ็กเก็ตและหนัง มีคุณภาพดี แบบทันสมัย มีน้ำหนักเบา ฟอกหนังดี นุ่มบางเบา สวมใส่สบายขึ้น ราคาถูกกว่าในยุโรปหรือสหรัฐอเมริการครึ่งต่อครึ่ง เพราะตุรกีเป็นผู้ผลิตและส่งออกไปขายทั่วโลก
จากนั้น             ทำท่านเดินสู่ ปามมุคคาเล(Pamukkale) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง.
เย็น                   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก                 PAM THERMAL HOTEL หรือ เทียบเท่าระดับ 5 ดาวที่เมือง PAMUKKALA มาตรฐานตุรกี
 
วันที่สี่              ปามุคคาเล• ปราสาทปุยฝ้าย • เมืองคอนย่า •พิธภัณฑ์เมฟลานา •สถานนีคารวาน • เมืองคัปปาโดเกีย (เช้า/กลางวัน/เย็น) 

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารปามุคคาเล แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลิ (Denizli) ประเทศตุรกี มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลกในอดีต มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร ความงดงามสุดวิจิตรของสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากบ่อน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน ซึ่งเมื่อน้ำพุร้อนระเหยขึ้นมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ไอน้ำก็จะค่อย ๆ ก่อให้เกิดชั้นของแคลเซียมเกาะบริเวณขอบบ่อจนเกิดเป็นผนังสีขาวขึ้นนั่นเองด้วยความเชื่อว่า ปามุคคาเล เป็นเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาบำบัดการอาการต่าง ๆ ทำให้ในอดีตชนเผ่ากรีก-โรมันได้เข้ามาสร้างเมืองอยู่บนบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ และขนานนามเมืองนั้นว่า
ฮีเอราโพลิส อันหมายถึงเมืองศักดิ์สิทธิ์ และ ปามุคคาเล ก็ได้ถูกใช้เป็นสปาบำบัดโรคมานานกว่าพันปีเดินทางสู่ เมืองคอนย่าใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลามเป็นเมืองต้นกำเนิดศาสนาอิสลาม อีกลัทธิหนึ่งเรียกว่าลัทธิ Mevlevi หรือ ลัทธิลมหวน การปฏิบัติยอมรับนับถือเหมือนอิสลามทุกประการ ผู้ที่ก่อตั้งลัทธิลมหวล คือท่าน MevlanaCelaledin Rumi - เมฟลาน่า เจลาอัดดิน รูมี่ ประมาณ ศตวรรษที่ ๑๑ท่านเป็นปราชญ์ ร่ำลือว่าเป็นผู้วิเศษ กำเนิดในอัฟกานิสถานสุลต่านแห่งอาณาจักร์ เซลจุค เชิญท่านมาในดินแดนแห่งนี้พิธีที่แตกต่างออกไปจากอิสลามทั่วไปคือพิธี Sema Dance เป็นการเต้นรำแบบใส่ชุดเหมือนกระโปรงหมุนเพื่อเข้าถึงพระเจ้า
เที่ยง                    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม           พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana museum) หรือ สำนักลมวน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1231 โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม  พิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟานา เจลาเลดดินภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิมแวะชม สถานีคาราวาน (Caravanserai) มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอิทธิพลจากเปอร์เชียที่ก่อสร้างเป็นที่พักเล็กข้างทางที่นักเดินทางสามารถใช้สำหรับการพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง สถานีคาราวานตั้งอยู่ได้จากการคมนาคมทางการค้า การติดต่อสื่อสาร และการเดินทางของผู้คนในเครือข่ายของเส้นทางการค้า (trade routes) ที่ครอบคลุม เอเชีย , แอฟริกาเหนือ และ ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ สถานีคาราวานอาจจะเป็นที่รู้จักในภาษาไทยด้วยชื่อเรียกว่า "โรงเตี๊ยม"
เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก                OZKAYMAK PARK HOTEL หรือ เทียบเท่าระดับ 4 ดาวมาตรฐานตุรกีที่ เมืองคอนย่า
 
วันที่ห้า               เมืองคอนย่า • เมืองคัปปาโดเกีย • พิพิธภัณฑ์เกอเรเม •นครใต้ดินคาดัค • โชว์ระบำหน้าทอง Belly Dance(เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
เช้า                    บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่           เมืองคัปปาโดเกีย(Cappadocia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี”  ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกีเป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว (ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา   จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย(คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ที่ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
จากนั้น               นครใต้ดินคาดัค (CardakUnderground City) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเกียในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศถ่ายเท
เที่ยง                  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร**
จากนั้น               ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) เป็นสถานที่ที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้รับขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 1984 สร้างโดยชาวคริสต์ที่หลบหนีการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาของทหารออตโตมัน และสร้างโบสถ์ไว้มากกว่า 30 แห่ง จนกลายเป็นศูนย์กลางสำนักสงฆ์เมื่อราวปี 300-1200 ภายในมีภาพวาดเฟรสโกบนผนังและเพดานภายในถ้ำที่ถูกวาดไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ช่างงดงามตราตรึงใจแก่ผู้มาเยือน
เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น             นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “โชว์ระบำหน้าท้อง” Belly Dance เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปีในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียน นักประ
วัติศาสตร์เชื่อกันว่า ชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลาย มีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่นสวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
ที่พัก               พักโรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ 1 คืน UCHSAR CAVE HOTEL หรือ เทียบเท่าในระดับเดียวกัน มาตรฐานตุรกี

 
** ในกรณีโรงแรมสไตล์ถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ใช้โรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**
 
วันที่หก              นั่งบอลลูนยมวิวเมืองคับปาโดเกีย (ไม่รวมค่านั่งบอลลูน)•ชมโรงงานผลิตพรมทอมือ • โรงงานเซรามิค จิวเวอรี่เมืองอังการาทะเลสาบน้ำเค็ม กรุงอังการา •สุสานอาตาเตริ์ก(เช้า/กลางวัน/เย็น)
 
05.00 น.             นำท่านเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศเมืองคัปปาโดเกียยามเช้า โดยการขึ้นบอลลูน โดยท่านจะเห็นวิวทั่วเมืองคัปปาโดเกีย โดยจะนั่งบอลลูนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในรายการ ค่าบริการท่านละ 220 USD โดยประมาณ โดยสอบถามราคากับทางหัวหน้าทัวร์อีกทีในวันที่จะเดินทาง
เช้า                    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
หลังอาหาร         ชมโรงงานผลิต พรมทอมือ หัตถกรรมของชาวตุรกีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม และมีราคาแพง หาซื้อได้ทั่วไป ลวดลายแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่ผลิต แต่ละท้องถิ่นจะมีสินค้าขึ้นชื่อของตนเองโดยเฉพาะ พรมที่มีราคาแพงจะทอด้วยขนสัตว์ มีชื่อเสียงมากที่สุดต้องเป็นของ เมืองเฮเรเค (Hereke) พรมมี 2 แบบ ตามลักษณะความยาวของเส้นใบที่ใช้ทอคือ ฮาลี (Hali) เป็นพรมทั่วไป ที่นิยมขายกันอย่างแพร่หลาย ทำจากวัสดุ ทั้งขนสัตว์ ฝ้าย ไหม ระหว่างการทอเมื่อผูกปมแล้วจะตัดเส้นใยออก จะเหลือเพียงด้านเดียวที่มีขนปุยฟูขึ้นมา เป็นลวดลายตามที่ต้องการ อีกแบบคือ "คาลิม" (Kilim) ทอจากขนสัตว์ ฝ้าย และไหม ราคาถูกกว่าฮาลี ชนิดที่มีชื่อเสียงจะมาจากเมืองเฮเรเค จากนั้น ชมโรงงานเซรามิคและโรงงานจิวเวอรี่ อิสระเชิญท่านเลือกชมสินค้าตามอัธยาศัย
จากนั้น              นำท่านเดินทางสู่ เมืองอังการา  ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
เที่ยง                  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ระหว่างทาง         แวะถ่ายรูป ทะเลสาบน้ำเค็ม Lake Tuz (TuzGolu) ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกี เมื่อหน้าร้อนมาถึงน้ำจะเหือดแห้งเหลือแต่เพียงเกลือกองเป็นแผ่นหนาหลายสิบเซนติเมตร มองเห็นเป็นพื้นสีขาวสุดลูกหูลูกตา และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง Star War อีกด้วย กรุงอังการา (Ankara) หรือ ที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร กรุงอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ในตุรกี
จากนั้น               นำท่านชม Ataturk Mausoleum หรือ Memorial tomb เป็นที่ฝังศพของ Mustafa Kemal Ataturk ผู้นำในสงครามประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรออตโตมันและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกี
เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก                BERA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาวกรุงอังการา มาตรฐานตุรกี
 
 
วันที่เจ็ด              กรุงอังการา • นครอิสตันบูล• พระราชวังโดลมาบาห์เช่•ช่องแคบบอสพอรัส(เช้า/กลางวัน/เย็น) 

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
จากนั้น              นำท่านเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง
เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชม                   พระราชวังโดลมาบาห์เช่(Dolmabahce Palace) ซึ่งสร้างเสร็จในสมัยของสุลต่านอับดุลเมจิตซึ่งทรงคลั่งไคล้ความเป็นยุโรปอย่างที่สุดทรงมีพระประสงค์จะให้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งใหม่แทนพระราชวังทอปกาปิการอสร้างพระราชวังโดลมาบาห์เช เน้นความหรูหราอลังการสะท้อนความเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่เด่นชัด ด้านหน้าพระราชวังมีหอนาฬิกาใหญ่สไตล์บาร็อกตั้งตระหง่าน ขณะที่ตัวพระราชวังนั้นงดงามด้วยศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ลูกกรงบันไดยังตกแต่งด้วยแก้วเจียระไน ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยโคมระย้าขนาดมหึมาหนักกว่า 4.5 ตัน อลังการงานสร้างจริงๆ
จากนั้น               นำท่านล่องเรือช่องแคบบอสพอรัส (Bosporus Strait) เป็นช่องแคบที่กั้นระหว่างตุรกีเธรซที่อยู่ใน ทวีปยุโรป กับ คาบสุมทรอานาโตเลียใน ทวีปเอเชีย เป็นช่องแคบหนึ่งของตุรกีคู่กับช่อง แคบดาร์ดะเนลส์ ทางตอนใต้ที่เชื่อม กับ ทะเลเอเจียน ช่องแคบบอสฟอรัสทางตอนเหนือและช่องแคบดาร์ดาเนลส์ทางตอนใต้เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ กับ ทะเลมาร์มาร่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ช่องแคบบอสฟอรัสยาวราว 30 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 3,700 เมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 700 เมตร ความลึกระหว่าง 36 ถึง 124 เมตร ฝั่งทะเลของช่องแคบเป็น เมืองอิสตันบูล ที่มีประชากรหนาแน่นถึงราว 11 ล้านคน
เย็น                  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก                 RAMADA PLAZA TEKSTILKENT HOTEL หรือ เทียบเท่าระดับ 5 ดาวกรุงอิสตันบูล
 
วันที่ 8 บลูมอสก์อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตันฮิปโปโดรม ชมพระราชวังทอปกาปึชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ต
(เช้า/กลางวัน/เย็น)

 
เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น             ชมสัญลักษณ์ของเมืองนครอิสตันบูล“บลูมอสก์” (Blue Mosque) สุเหร่าสีน้ำเงิน สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนเมืองอิสตันบูลมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสุเหร่าสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan ahmet I)เป็นสุเหร่าที่มีแรงบันดาลใจมาจากการสร้างที่ต้องการเอาชนะและต้องการให้มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียในสมัยนั้น ซึ่ง วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางสุเหร่าแห่งนี้ประดับด้วยกระเบื้องอัซนิค บนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใสลายดอกไม้ต่างๆเช่นกุหลาบ ทิวลิปคาเนชั่น ฯลฯ โดยหันหน้าเข้าวิหารเซนต์โซเฟียเพื่อประชันความงามกันคนละฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกวิหารจะมองเห็นหอสวดมนต์ 6 หอ ซึ่งปกติมัสยิดจะมีหอสวดมนต์เพียง 1 หรือ 2 หอ แต่มัสยิดแห่งนี้มี หอมินาเร็ตทั้ง 6 หอ ตกแต่งด้วยหน้าต่าง 260 บาน สลับด้วยกระจกสีอันน่าวิจิตร มีพื้นที่ให้ละหมาดกว้างขว้าง มีขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย โรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักสำหรับขบวนคาราวาน โรงครัวต้มน้ำ ปัจจุบันเปิดให้เข้าไปทำละหมาด 24 ชั่วโมง
ชม                อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดิน เยเรบาตัน( Basilica Cistern ) เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น ใช้เก็บน้ำเอาไว้อุปโภคบริโภคภายในวัง โดยลำเลียงน้ำมาจากทะเลดำ ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานเเล้ว เป็นเพียงที่ท่องเที่ยวอย่าเดียวเท่านั้น
จากนั้น               ชม จัตุรัสสุลต่าน อาห์เหม็ด (Sultanahmed Complex) หรือที่มีชื่อเรียกมาแต่โบราณว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) ซึ่งย่านแห่งนี้แต่เดิมเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองในยุคไบแซนไทน์และใช้เป็นลานกว้างสำหรับแข่งกีฬาขับรถม้า แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยจากอดีตที่มีแค่ลานและเสาโบราณอีก 3 ต้น คือ เสาโอเบลิสก์ แห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เป็นเสาทรงสี่เหลี่ยมฐานกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวยาวขึ้นไปเป็นยอดแหลมส่วนเสาโบราณต้นที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า เสางู (Bronze Serpentine Column) เป็นเสาบรอนซ์ที่แกะลวดลายเป็นรูปงู 3 ตัวพันเกี่ยวกันไปมาได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาแบบกรีกที่เก่าแก่ที่สุดที่มีเหลืออยู่ในอิสตันบูล และเสาต้นที่ 3 มีชื่อว่า เสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 แต่เดิมเป็นเสาบรอนซ์ แต่ในช่วงสงครามครูเสดได้ถูกศัตรหลอมเอาบรอนซ์ออกไปจนเหลือเพียงแค่เสาปูนเท่านั้น
เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย                   ชม พระราชวังทอปกาปึ(Topkapi Palace) อันเป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า 3 ศตวรรษ สร้างโดย จักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต (MEHMET THE CONQUEROR) ในอดีตพระราชวังทอปกาปึเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี ซึ่งคัดเลือกเด็ก ๆ คริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ต่อมาเมื่อขุนทหารเหล่านี้ออกมารับราชการเป็นใหญ่เป็นโตในวังก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ และในบางยุคก็ร่วมก่อการปฏิวัติรัฐประหารเลยด้วยซ้ำ ในที่สุดสุลต่าน 'มาห์มุทที่ 3' ก็ตัดสินใจยุบระบบขุนนางทหารรับใช้ซึ่งยืนยงมากว่า 350 ปีนี้ลง และปฏิรูประบบการจัดการทหารในประเทศเสียใหม่ โดยการนำการจัดทัพแบบยุโรปมาใช้ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านฯลฯ พระราชวังทอปคาปีเป็นที่สำหรับแสดงทรัพย์สมบัติอันมีค่าของสุลต่านของออตโตมานสมัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก, พระราชวังชั้นใน และฮาเร็ม ในอดีตภายในพระราชวังนี้จะมีข้าราชบริพารทำงานกันอยู่ประมาณ 5 พันคน จึงมีสภาพคล้ายตัวเมืองที่ซับซ้อนอยู่ในตัวเมืองอีกชั้นหนึ่ง ตัวพระราชวังนั้นได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรในยุคที่จักรวรรดิออตโตมานรุ่งเรืองถึงขีดสุด 
จากนั้น            ชอปปิ้ง ณ สไปซ์มาเก็ต เป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่ยาวนาน ถึง 350 กว่าปีสินค้าที่ขายอันดับหนึ่ง ได้แก่เครื่องเทศ ตามชื่อของตลาดสไปซ์ โดยแทบทุกร้านจะมีกระบะไม้วางเรียงกัน แต่ละกระบะจะบรรจุเครื่องเทศกลิ่นต่างๆ เช่นเครื่องเทศสำหรับหมักเนื้อ ต้มน้ำซุป หรือ แม้แต่อบเชยหรือซีเนมอนที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีสินค้าประเภทถั่ว ชาผลไม้ รวมไปถึงผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้งแท้ น้ำมันหอมระเหย ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก รวมถึงเตอกิชดีไลท์ ขนมหวานเตอร์กิชต้นตำรับแท้ๆ
เย็น                รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น            ได้เวลาอันสมควร เดินทางเข้าสู่สนามบินอิสตันบูลเฉพาะพีเรียดขากลับไฟล์ท TK064  จะไม่มีบริการอาหารเย็น กรุณาเช็ควันเดินทางตามพีเรียดตารางการเดินทางก่อนทำการจอง
20.50 น.          ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TK64




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-06-15 17:31:24




WONDER EAST EUROPE เยอรมัน ออสเตรีย เชค ฮังการี 8วัน 5คืน

WONDER EAST EUROPE เยอรมัน ออสเตรีย เชค ฮังการี 8วัน 5คืน


WONDER EAST EUROPE เยอรมัน ออสเตรีย เชค ฮังการี 8วัน 5คืน

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

WONDER EAST EUROPE เยอรมัน ออสเตรีย เชค ฮังการี 8วัน 5คืน
โปรโมชั่นสุดคุ้ม!!! บินตรง เที่ยวครบ 4ประเทศ
เยอรมัน        เมืองโฮเอินชวังเกา ชมต้นแบบปราสาทเจ้าหญิงนิทราดิสนีย์แลนด์ ปราสาทนอยชวานสไตน์
ออสเตรีย      อินส์บรุค (Innsbruck) ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุค
                   ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) บ้านเกิดโมสาร์ท สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ The Sound Of Music
                   ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ชมหมู่บ้านมรดกโลกอายุกว่า 4,500 ปี
                   เวียนนา ชมความงดงาม พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)ที่ประทับของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก
เชค             เมืองมรดกโลก เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เปรียบดังเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย
                   กรุงปราก ปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) อลังการสวยงาม
                   คุทนา โฮรา เมืองธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่มรดกโลก ชมโบสถ์เซนต์บาร์บาราสไตล์โกธิค
ฮังการี          ดาเปสต์ ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบเป็นเมืองงดงามติดอันดับโลก ล่องเรือแม่น้ำดานูบชมความงามของเมือง
 
พักออสเตรีย 3คืน เชค 1คืน ฮังการี 1คืน
เดินทางโดยสายการบินไทย Thai Airways (TG) สะสมไมล์ได้ 50%
 
วันเดินทาง

 
ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก 2-6 ปี
(พักกับผู้ใหญ่ 2ท่านไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยวเพิ่ม ที่นั่ง หมายเหตุ
18 -25 พฤษภาคม 61 59,900 ไม่มีราคาเด็ก
Infant ไม่เกิน 2 ขวบ 15,000 บาท
12,500 25  
4 - 11 มิถุนายน 61 59,900 12,500 25  
22 - 29 มิถุนายน 61 59,900 12,500 25  
 
**ราคาทัวร์รวมค่าวีซ่าแล้ว**
ที่หนึ่ง         กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                                                                                           
21.30 น.    พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขาออกชั้น 4 โซน  D เคาน์เตอร์
                 สายการบินไทย  (TG) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกด้าน       เอกสารติดแท็กกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่อง
 
 
วันที่สอง         ท่าอากาศยานมิวนิก เยอรมัน – เมืองโฮเอินชวังเกา - ปราสาทนอยชวานสไตน์ – เมืองอินส์บรูค –  ย่านเมืองเก่า Old Town Innsbruck – หลังคาทองคำ ä อาหารเที่ยง,เย็น
 
00.50 น.      ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานมิวนิก สายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG924
07.05 น.      เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิวนิก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมงและช่วงฤดูหนาวจะ 6ชั่วโมงกรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา)  หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองโฮเอินชวังเกา (Hohenschwangau) (ระยะทาง156 กม./2.30ช.ม.) เมืองเล็กๆที่ สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรียเพื่อนำท่านเข้าชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยายซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่2หรือเจ้าชายหงส์ขาวชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ดวากเนอร์เป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าปราสาทแล้ว)
เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่1) เมนูอาหารท้องถิ่น
บ่าย                 นำท่านเดินทางสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) (ระยะทาง 114ก.ม./1.30ช.ม.) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทิโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ นำท่านเดินชม เมืองเก่า Old Town Innsbruck มีตึกอาคารเก่าแก่ ร้านค้าหลากหลายประเภท นำท่านไปชมและถ่ายรูป หลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล นำท่านเดินชมเมืองเดินสู่ถนนสายหลักของเมืองคือ มาเรีย เทเรสเซียน ซตราสเซอ (Maria Theresien Strasse) มีอาคารสไตล์บารอคที่แสนงดงาม ยังคงได้รับการรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม ตึกอาคารสีลูกกวาดพาสเทลนั้นเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางอย่างเราต้องหยุดเก็บภาพเป็นที่ระลึกตลอดเวลา ท่านสมารถนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศโดยรอบหรือสามารถเลือกซื้อแฮมชีทที่ขึ้นชื่อเป็นของฝากคนทางบ้านได้ และท่านที่ชื่นชอบ คริสตัลสวารอฟสกี้ Swarovski สามารถเลือกซื้อได้ที่เมืองนี้อีกด้วยซึ้งต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองนี้ด้วย
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่2) เมนูอาหารจีน ที่พัก: Ramada Innsbruck Tivoli 3* หรือระดับใกล้เคียงกัน
                    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่สาม        อินส์บรูค – ฮัลล์สตัทท์ Hallstatt – ซาลซ์บูร์ก Salzburg – สวนมิราเบล – ย่านเมืองเก่า Old Town  
                   อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่3)
นำท่านออกเดินทางสู่ ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) (ระยะทาง248ก.ม./ 3.30 ชม.)  ตลอดเส้นทางมีวิวทิวทัศน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของออสเตรีย มีเนินภูเขาหญ้าสลับทะเลสาบตลอดเส้นทาง นำชม หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในออสเตรียอยู่ในเขตซาลซกัมเมอร์กุท (Salzkammergut) เขตที่มีภูเขาและมีทะเลสาบมากมายถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรียและเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปกับเมืองน้อยน่ารัก หรือเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่4) เมนูอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมือง ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) (ระยะทาง72ก.ม./ 1 ชม.)  เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมบาร็อค ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และยังเป็นเมืองมรดกโลกและเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของออสเตรียด้วย ตัวเมืองแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือฝั่งเมืองใหม่และฝั่งเมืองเก่า โดยมีแม่น้ำซาลซัค (Salzach)ไหลผ่านกลางเมืองและมีอาณาเขตติดกับเทือกเขาแอลป์ บริเวณเมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 เมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกในศตวรรษที่ 18 นามว่าวูล์ฟกังอามาเดอุส โมสาท(Wolfgang AmadeusMozart)และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music ภาพยนตร์เพลงที่ยิ่งใหญ่ฮอลลีวูด นำท่านชมสวนมิราเบล (Mirabell garden) ภายในบริเวณวังมิราเบล ที่มีการจัดสวนในสไตล์บาร็อกที่โด่งดัง ให้ท่านเก็บบันทึกภาพประทับใจ จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำซาลส์ซัคสู่ย่านเมืองเก่า Old Town และสามารถมองเห็นปราสาทโฮเฮ็นซาลบูร์ก ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเหนือเมืองเก่า ให้ท่านถ่ายรูป ต่อจากนั้นนำท่านถ่ายรูป บ้านเลขที่ 9 ถนน Getreidegasse  บ้านสีเหลืองเลขที่ 9 เป็นสถานที่ที่โมสาร์ทเกิด เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มากกว่า 20 ปี ต่อมาเขาย้ายไปอยู่อีกหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน ไม่ไกลจากกันเป็น จัตุรัสเรสซิเดนท์ (Residenzplatz) คือจัตุรัสสาธารณะขนาดใหญ่ที่ใจกลางย่านเมืองเก่าอยู่ใกล้มหาวิหารแห่งเมืองซาลซ์บูร์ก มีน้ำพุสไตล์บาโรก เป็นจุดเด่นของบริเวณนี้ ให้ท่านชมร้านค้าที่รายเรียงอยู่สองข้างทางถนนคนเดินถ่ายรูป มหาวิหารของซาลบูร์ก (Salzburg Cathedral) ที่ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสกลางเมืองเดินเที่ยวชมเมืองเก่าแถวบ้านเกิดของโมสาร์ทซึ่งเป็นส่วนที่เป็นมรดกโลกยูเนสโก้จดทะเบียนเมื่อปี ค.ศ.1996 ซึ่งก็เป็นปีเดียวที่ขึ้นทะเบียนให้ส่วนที่เป็นพระราชวังเชิร์นบรุนน์ เมืองนี้จะเต็มไปด้วยโมสาร์ทไปหมด อย่างช็อกโกแลต ของที่ระลึกนับร้อยชนิดก็เป็นตรารูปโมสาร์ทเกือบทั้งหมด
ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่5) เมนูอาหารจีน ที่พัก: Star Inn Airport*3 หรือระดับใกล้เคียงกัน
                (ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่           ซาลซ์บูร์ก - เชสกี้ ครุมลอฟ – ปราสาทครุมลอฟ - ปราก – ย่านเมืองเก่า - ศาลาเทศบาลเมืองเก่า -   นาฬิกาดาราศาสตร์     อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่6)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) (ระยะทาง216 กม./3ชม.) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992 (World Heritage) ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำท่านถ่ายรูป ปราสาทครุมลอฟ (Krumlov)  (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมด้านใน) สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปราก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ตรงบริเวณคุ้งน้ำฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square ถ่ายรูปโบสถ์เก่ากลางเมือง St.V itus’sChurch จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมบริเวณย่านเมืองเก่า ชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย 
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่7) เมนูอาหารจีน 
บ่าย                นำท่านเดินทางสู่ กรุงปราก (ระยะทาง175 กม./2.30ชม.) เมืองหลวงของเชค เมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำวัลตาวา (Vltava River) ผ่านชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่แสนงดงามตลอดสองข้างทาง กรุงปรากเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก ประกอบด้วยสองอาณาจักรโบราณ คือ อาณาจักรโบฮีเมีย และอาณาจักรโมราเวีย ปัจจุบันกรุงปรากได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก นำท่านเดินชม เมืองเก่า Old Town ย่านเมืองเก่าที่บรรยากาศคึกคักตลอดเวลาเต็มไปด้วยผู้คนและร้านขายของนานาชนิด ให้ท่านถ่ายรูป ศาลาเทศบาลเมืองเก่า Municipal House เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญในการเจรจาตกลงให้สลายประเทศเชโกสโลวาเกียแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเทศใหม่คือสาธารณรัฐเชคและสาธารณรัฐสโลวัก (สโลวาเกีย)เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2536 โดยมีนายวาคลัฟ ฮาเวลได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก ย่านนี้มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่ตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าต่างๆมากมายในย่านเมืองเก่า มีทั้งสินค้าของฝากที่ระลึก รวมทั้งร้านค้าแฟชั่นชั้นนำ อาทิเช่น Louis Vitton, Gucci, Hermes, Hugo Boss, Burberry, Rimowa Shop, Dior, Nespresso ฯลฯ 
เย็น               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) เมนูอาหารท้องถิ่นหลังอาหารเย็น นำท่านเดินทางเข้าที่พักที่พัก:  International Prague Hotel 4*หรือระดับใกล้เคียง(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่ห้า           ปราก – ปราสาทปราก – มหาวิหารเซนต์วิตัส - สะพานชาร์ลส์ – เมืองคุทนา โฮรา –  โบสถ์เซนต์บาร์บารา – เวียนนา    
อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น

 
เช้า              ä รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่9)
                   นำท่านเดินทางสู่ ปราสาทแห่งกรุงปราก ปราสาทที่ใหญํที่สุดในสาธารณรัฐเชคสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 885 โดยเจ้าชายบริโวจ ปราสาทนี้ตั้งอยูํบนเนินเขาริมฝั่งแมํน้ําวัลตาวา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแหํงโบฮีเมีย ปัจจุบันเป็นทําเนียบประธานาธิบดี นําทํานถํายรูปด้านหน้าโบสถ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ .1918 มหาวิหารเซนต์วิตัส St.Vitus Cathedral อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมด้านในตัวปราสาทและวิหารราคาโดยประมาณท่านละ 10-15 EUR) จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) เป็นสะพานเก่าแก่สไตล์โกธิกที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวาที่เชื่อมระหว่าง Old Town และ Little Town สะพานสร้างในปี 1357 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 มาเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 มีความยาว 520 เมตร จุดเด่นของสะพานนี้ก็คือรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญสไตล์บารอกที่ตั้งอยู่สองข้างสะพานราว30องค์ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้มีรูปปั้นของเซนต์จอห์น เนโปมุก(St. John Nepomuk) เป็นรูปปั้นที่เก่าแก่ที่สุดบนสะพานสร้างเมื่อปีค.ศ.1683 สะพานแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นอีก สัญลักษณ์หนึ่งของกรุงปราก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคุทนา โฮรา (ระยะทาง84กม./1.30ชม.)เป็นเมืองสำคัญมากที่สุดอันดับสอง (รองจากกรุงปราก) ในสมัยอาณาจักรโบฮีเมียน ช่วงศตวรรษที่14 เนื่องจากเป็นเมืองเหมืองแร่เงินของยุโรปตอนกลาง และยังมีความสวยงามทางธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ ได้รับการจดทะเบียนเข้าเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1995 อีกด้วย
เที่ยง            ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่10) เมนูอาหารจีน
บ่าย                นำท่านเดินชมเมืองและไปถ่ายรูปชมความสวยงานของโบสถ์ประจำเมิองโบสถ์เซนต์บาร์บารา (St.Barbara Cathedral) เป็นโบสถ์สไตล์โกธิกที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดโบสถ์หนึ่งของประเทศด้วย ภายในประกอบด้วยภาพปูนเปียกยุคกลาง หอสวดมนต์ และประติมากรรมแบบนูนและรูปปั้น การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปลาย  ศตวรรษที่ 14 ช่วงที่เมืองมีรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจเนื่องจากเหมืองเงิน เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถสร้างโบสถ์ให้เสร็จสมบูรณ์ได้จริงจนกระทั่งปี 1905 โดยอุทิศให้กับเซนต์บาร์บารา นักบุญองค์อุปถัมภ์ของคนงานเหมืองบริเวณภายนอกโบสถ์ที่มียอดแหลม 3 ยอดดูสง่างาม ให้ท่านได้ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพที่ของเมืองและชนบทที่อยู่โดยรอบโบสถ์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา (ไม่รวมค่าเข้าชมประมาณ 3 EUR) สมควรแก่เวลา นำเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (ระยะทาง280ก.ม.ใช้เวลา 4ช.ม.) ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูงและพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้ออสเตรีย
เย็น               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่11) เมนูอาหารท้องถิ่นหลังอาหารเย็น นำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก:  Austria trend Annanas 4* หรือระดับใกล้เคียง(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่หก          เวียนนา พระราชวังเชินบรุนน์ - ช้อปปิ้งย่านถนนคาร์ทเนอร์ - บูดาเบส  ฮังการี – โบสถ์แมทเธียส - ป้อมชาวประมง – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ   / อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่12)นำท่านเข้าชมความงดงามของ พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าพระราชวังแล้ว)แห่งราชวงศ์ฮับสบวร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่16และต่อมาพระนางมาเรียเทเรซ่าให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างาม ด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้อง ในระหว่างปี ค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านหน้า โบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าในย่านถนนคาร์ทเนอร์ (Kartner Strasse)ใจกลางกรุงเวียนนา สินค้านานาชนิด อาทิเช่น เครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ Louis Vitton, Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer, สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯลฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช็อกโกแลตโมสาร์ท หรือแวะชิมของหวานที่ร้าน THE DEMEL ร้านเบเกอร์รี่ และช็อกโกแลตที่เก่าแก่เริ่มกิจการตั้งแต่ปี 1786
เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่13) เมนูอาหารจีน
บ่าย              นำท่านเดินทางผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) (ระยะทาง247 ก.ม./3.30 ช.ม.) เมืองหลวงของประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ นำท่านถ่ายรูปหน้า โบสถ์แมทเธียส (MATTHIAS CHURCH) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียสซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย สร้างในสไตล์นีโอ-โกธิค หลังคาสลับสี  สวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่11ที่อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (FISHERMEN’S BASTION)ให้ท่านถ่ายรูปป้อมปราการใหญ่โตที่มีจุดชมวิวเหนือเมืองบูดา ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้เป็นอย่างดี ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน นำท่านชม จัตุรัสวีรบุรุษ (HEROES’ SQUARE) บนฝั่งเปสต์ที่ตั้งของ MILLENARY MONUMENT อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นฉลอง 1,000 ปีแห่งชัยชนะของชาวแมกยาร์จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำดานูบ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้ว ที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษทั้งหมด ให้ท่านได้เก็บภาพริม2ฝั่งแม่น้ำที่สวยงาม
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่14) เมนูอาหารท้องถิ่น หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก: Leonardo Budapest 4* หรือระดับใกล้เคียงกัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่เจ็ด        บูดาเปส – เวียนนา ออสเตรีย – สนามบินเวียนนา - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ        

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที15)
            นำท่านเดินทางสู่เวียนนา ประเทศออสเตรีย (ระยะทาง226ก.ม.ใช้เวลา3.30ช.ม.) เพื่อนำท่านเดินทางสู่สนามบินเวียนนา เพื่อเช็คอินเดินทางกลับสู่ประเทศ
11.30น.         เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา เช็คอินตั๋วโดยสารและสัมภาระให้ท่านทำคืนภาษี (Tax Refund ) และ มีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
14.30น.         ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG937
 
วันที่แปด        ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ        
 
05.30น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 
*****************************
หมายเหตุ: รายการทัวร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-01-11 18:45:57




ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”

ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”


ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

GRAND ITALY โรม วาติกัน ฟลอเรนซ์ ปิซ่า เวนิส มิลาน 7วัน 4คืน
ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึกแกรนด์อิตาลี
ชื่นชมสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ที่กรุงโรม ชมความยิ่งใหญ่อลังการ1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ โคลอสเซี่ยม และหอเอนปิซ่า เยือนเมืองฟลอเรนซ์ ดินแดนอันน่าหลงใหล ต้นกำเนิดของศิลปะเรอเนซองส์ ชมเมืองเวนิส เมืองแห่งสายน้ำและสะพาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก ชมมหาวิหารดูโอโม่แห่งมิลานที่งดงามและยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมส์ชื่อดังที่แกลลอเรียวิคเตอร์เอ็ม มานูเอล
เดินทางโดยสายการบินไทย Thai Airways (TG) สะสมไมล์ได้ 50%
 
วันเดินทาง

 
ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก 0-2 ปี
(พักกับผู้ใหญ่ 2ท่านไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยวเพิ่ม ที่นั่ง หมายเหตุ
22-28 มีนาคม 61 49,900  
เด็กอายุ 0-2ปี/Infant
15,000 บาท
 
12,500 25  
9-15 มิถุนายน 61 49,900      
 
**ราคาทัวร์รวมค่าวีซ่าแล้ว**
 
 วันที่หนึ่ง         กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                                                                                       
21.30 น.    พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขาออกชั้น 4 โซน  D เคาน์เตอร์
                 สายการบินไทย  (TG) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกด้าน       เอกสารติดแท็กกระเป๋า
 
วันที่สอง          สนามบินลีโอดาร์โน ดาร์วินชี อิตาลี - นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – กรุงโรม – โคลอสเซี่ยม –  จัตุรัสโรมัน – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ฟลอเรนซ์  / อาหารเที่ยง,เย็น
00.20 น.      นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG944 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 54 นาที)
06.50 น.      เดินทางถึง สนามบินลีโอดาร์โน ดาร์วินชี กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และพิธีการทางศุลกากรและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ มีขนาดเล็กมากเพียง 250 ไร่และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นเมืองแห่งศาสนจักรและที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า“โป๊ป” นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter Basilica แห่งนครรัฐวาติกัน ที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรเนซองส์ ใช้เวลาสร้างถึง 150 ปี และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา ด้านหน้ามหาวิหารเป็นลานกว้างเรียกว่า St.Peter’s Square ประกอบไปด้วยน้ำพุ 2 ด้าน และเสาโอเบลิกส์ 1 ต้น ล้อมรอบไปด้วยเหล่าเทพเทวาบนหลังคาและกำแพงสูง(ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้า Vatican Museum และ Sistine Chapel ) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome)(ระยะทาง6ก.ม./15นาที)  เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตแห่งจักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่มาเมื่อกว่า 2,000 ปี  ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) (ถ่ายรูปด้านนอก) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้น ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จ ในสมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสตศตวรรษที่1 หรือประมาณปี ค.ศ.80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527เมตร สูง 57เมตร ใกล้ๆกันนั้นเป็น ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) ถือว่าเป็นมรดกสำคัญของประเทศอิตาลีอีกที่หนึ่ง โดยสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของกรุงคอสสแตนติน เป็นซุ้มประตูที่ใหญ่ที่สุดของโรมันมีความสูงถึง 21 เมตร จากนั้นชมและถ่ายรูป จัตุรัสโรมัน (Roman Forum) ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับโคลอสเซี่ยม จัตุรัสโรมันถือว่าเป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ เช่น การประชุมทางการเมือง การปกครอง บูชาเทพเจ้า ฯลฯ ของกรุงโรมในสมัยโบราณ ใช้เวลาสร้างยาวนานมากถึง 900 ปี ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการ นำท่านผ่านชม อนุเสาวรีย์วิกเตอร์เอ็มมานูเอ็ล (Victor Emmanuell Monument) หรือ Altare Della Patria อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติของวิกเตอร์เอ็มมานูเอ็ล พระราชาองค์แรกของอิตาลี ที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร และที่นี่ยังเป็นอนุสรณ์ทหารที่กล้าหาญเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่1) เมนูอาหารจีน
บ่าย                 จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in The Fountain จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปบริเวณย่าน บันไดสเปน (Spanish steps) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม นอกจากความสวยงามอลังการกว้างขวางของบันไดสูง 138 ขั้นที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว จัตุรัสนี้ยังต่อตรงกับถนน Via Condotti  ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้ง Dior, Prada, Gucci,Valentio, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari, Rimowa, Longchamp, Furla, Tod’s Ferragamo Armani, Tag Heuer, Tissot และอื่นๆ เป็นต้น จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ ฟลอเรนซ์ (Florence) (ระยะทาง274ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุดด้วย
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่2) เมนูอาหารท้องถิ่น หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก: IH Hotel Firenze หรือ                          ระดับใกล้เคียงกัน 4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่สาม        เขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์เมืองปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี - หอเอนปิซ่า - เมือง ลา สเปเซีย
                     / อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่3)
นำท่านเดินทางสู่ เขตเมืองเก่า ของฟลอเรนซ์ ที่ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1982 นำท่านเดินชมความสวยงามบริเวณ จัตุรัสดูโอโม Duomo Santa Maria Del Fiore ทีตั้งของมหาวิหารแห่งเมืองฟลอเร้นซ์ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ จัตุรัสชิกนอเรีย (piazza della signoria) เป็นจัตุรัสสวยงามด้วยประติมากรรมมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้าของพระราชวังเวคคิโอ เช่น รูปแกะสลักเพอร์ซิอุส วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก the Rape of the Sabine Women ถ่ายรูปด้านหน้า ปาลาซโซ เวคคิโอ Palazzo Vecchio หรือ Old Palace พระราชวังเก่าแก่ในเมืองฟลอเรนซ์ สร้างสำเร็จในปี ค.ศ.1322 มีสัญลักษณ์คือหอระฆัง Campanile ในอดีตใช้เป็นสถานที่แจ้งข่าวสารให้กับชาวเมือง ทางการจะตีระฆังส่งสัญญาณ หากมีไฟไหม้,น้ำท่วม, ข้าศึกโจมตี ฯลฯ ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของฟลอเรนซ์ ชมสะพานปอนเต เวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมือง เป็นสะพานเดียวของฟลอเรนซ์ที่รอดพ้นการทาลายจากช่วงสงครามโลกมาได้ ทอดข้ามแม่น้ำอาร์โน ซึ่งอดีตเป็นแหล่งขายทองคำที่เก่าแก่ของฟลอเรนซ์และยังคงอนุรักษ์บรรยากาศแบบดั่งเดิมไว้ได้อย่างดี ชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม สะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้ามแม่น้ำอาร์โน บนสะพานนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารร้านค้า ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ อัญมณี และของที่ระลึกจำนวนมากอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึก ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่4) เมนูอาหารจีน
บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า Pisa (ระยะทาง98ก.ม./ 1.30 ชั่วโมง) อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า นำท่านชม จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโม่ Piazza del Duomo หรือทุ่งมหัศจรรย์ เป็นบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนำท่านชมถ่ายรูป 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซ่า ( Leaning Tower of Pisa) ให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (La Spezia) (ระยะทาง80ก.ม./ 1ชั่วโมง) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่าง เมืองเจนัว และปิซ่า บนทะเลลิกูเรีย และเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้วย
ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่5) เมนูอาหารท้องถิ่น หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก
             ที่พัก: Ghironi Hotel หรือระดับใกล้เคียงกัน 4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่           ลา สเปเซีย – ชิงเกว แตร์เร - ริโอแมก จิโอเร่ – มานาโรล่า – เลแวนโต้ - เมืองเวโรน่า      อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่6) นำท่านเดินทางสู่สถานี La Spezia Centrale Railway Station นำท่านเปลี่ยนการเดินทางโดยสารรถไฟสู่ดินแดนทั้งห้า (Five Land) แห่ง ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ติดทะเลบริเวณชายฝั่งแควนลิกูเรีย ชม 2 ใน 5 หมู่บ้านได้แก่ หมู่บ้านประมงเล็กๆ ริโอแมก จิโอเร่ (Rio-Maggiore) หมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก เป็นชุมชนชาวประมงเก่า ที่มีทำเลที่น่ามหัศจรรย์ คือแต่ละหมู่บ้านปลูกสร้างอยู่บนภูเขาหรือหน้าผาสูง ปัจจุบันแม้ยังมีการทำประมงกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เนื่องจากชาวบ้านหันมาทำธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับเหล่านักเดินทางที่แวะเวียนเข้ามาชมไข่มุกน้ำงามของอิตาลีเม็ดนี้เสียมากกว่า และ ชมหมู่บ้านประมง มานาโรล่า (Manarola) หมู่บ้านชาวประมงที่เล็กที่สุดของแคว้น แต่กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดให้นักเดินทางจากทั่วโลกต่างก็อยากที่จะมาเยือน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงที่นี่ก็คือการเดินชมเมืองไปตามถนนสายเล็กที่ลัดเลาะตัดผ่านตัวเมืองไปตามความลานชัน เป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะเพลิดเพลิน จากนั้นเดินทางสู่สถานีเลแวนโต้ (Levanto) เปลี่ยนการเดินทางขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางไปที่เวโรน่า
 เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่7) เมนูอาหารท้องถิ่น
 บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เวโรน่า (Verona) (ระยะทาง283ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่แคว้นเวเนโตเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองหลวงของทางตอนเหนือของอิตาลี มีสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเหตุที่มีความสำคัญทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เห็นได้งานนิทรรศการประจำปีหลายงาน โรงละคร และอุปรากรในโรงละครกลางแจ้งที่สร้างโดยโรมัน และเป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจจากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงโค้งของแม่น้ำอดิเจ (Adige River) ไม่ไกลจากทะเลสาบการ์ดา ที่ตั้งนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้นหลายครั้งจนกระทั่ง ค.ศ. 1956 เมื่อมีการสร้างอุโมงค์โมริ-ทอร์โบเลที่เป็นทางระบายน้ำ 500 คิวบิคเมตรลงไปในทะเลสาบการ์ดาเมื่อมีความจำเป็น อุโมงค์ลดสถิติน้ำท่วมทุกเจ็ดสิบปีไปเป็นทุกสองร้อยปี
เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) เมนูอาหารจีน หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก:  Antares Sport Beauty &                          Wellness หรือระดับใกล้เคียง4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่ห้า       เวโรน่า - ท่าเรือตรอนเคตโต้ - เกาะเวนิส - จัตุรัสซานมาร์โค – โบสถ์เซนต์มาร์ก – มิลาน / อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่9)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เป็นท่าเรือที่มีเรือบริการในการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ของเมือง เพื่อชมทิวทัศน์ธรรมชาติของ 2 ฝั่งคลองโดยทางเรือ นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) ดินแดนแสนโรแมนติก ชมความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม อาทิ โบสถ์เซนต์มาร์ก (St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น พระราชวังดอจส์ (Doge’s Palace), ลีโอเน่ (Lione) รูปปั้นสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจาเมืองเวนิส เดินชมตัวเมืองจนถึงสะพานริอัลโต เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเวนิสและเป็นสะพานแรกที่ข้าม Grand Canal (คลองแกรนด์คาแนล) ชมสะพาน Bridge of Sighs สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนามคาสโนว่า ในตำนานเล่าว่าการจูบบนเรือกอนโดล่าใต้สะพานแห่งนี้จะนำไปสู่ความรักนิรันดร์ นับเป็นหนึ่งในจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งในเวนิส
อิสระให้ท่านเดินชมความโรแมนติกของเกาะแห่งนี้ และท่านไม่ควรพลาดกับประสบการณ์ล่องเรือกอนโดล่า ชมความงามของเกาะเวนิส
เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่10) เมนูอาหารท้องถิ่น
บ่าย           นำท่านกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ นำท่านเดินทางสู่ กรุงมิลาน (Milan) หรือ มิลาโน่(ระยะทาง272ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศอิตาลีอีกด้วย
เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่11) เมนูอาหารจีน หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พักที่พัก: Hotel Da Vinci หรือระดับใกล้                      เคียง4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่หก       มิลานมหาวิหารแห่งมิลาน - แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล - สนามบินมิลาโน มัลเพนซา /อาหาร เช้า
 
เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่12)
                นำท่านสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมิลาน ชม มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) (ถ่ายรูปด้านนอก) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างในปี 1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ จากนั้นให้ท่านอิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV,PRADA,GUCCI, TOD’S ณ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) (ร้าน Pra  da ร้านแรกของโลก) ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิลาโน มัลเพนซา กรุงมิลาน เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกรุงเทพฯ (มีเวลาให้ท่านได้ทำคืนภาษีTax Refund ก่อนการเช็คอิน)
14.05น.  ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG941 (เวลาประมาณ 10ชั่วโมง 50นาที)
 
วันที่เจ็ด        ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ        
 
05.55น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 
*****************************
 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-01-11 18:28:48




London Surprise ลอนดอน สโตนเฮนจ์ อ๊อกซฟอร์ด

London Surprise ลอนดอน สโตนเฮนจ์ อ๊อกซฟอร์ด


London Surprise ลอนดอน สโตนเฮนจ์ อ๊อกซฟอร์ด

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

London Surprise ลอนดอน สโตนเฮนจ์ อ๊อกซฟอร์ด 6วัน 3คืน
เดินทางสบายโดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS (EY)
วันเดินทาง
 
ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก 2-6 ปี
(ไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยวเพิ่ม
(ห้อง SGL)
ที่นั่ง หมายเหตุ
14 – 19 ก.พ.  39,900  
ไม่มีราคาเด็ก
(เด็กไม่เกิน2ขวบ/Infant 13,000 บาท)
10,500 25  
21 - 26  มี.ค. 41,900 10,500 25  
13 – 18 เม.ย. 55,900 10,500 25  
25 – 30 เม.ย. 41,900 10,500 25  
25 – 30 พ.ค. 39,900 10,500 25  
13  - 18 มิ.ย. 39,900 10,500 25  
 
● เยือนมหานครลอนดอน ถ่ายรูปหอนาฬิกา BIGBEN วิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์  สะพาน Tower Bridge
● เมืองอ๊อกซฟอร์ด (Oxford) เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการศึกษา ชมมหาวิทยาลัยไครช์เชิร์ทเป็นสถานที่ถ่ายทำHarry Potter
● ชมกองหินประหลาด สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) 1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
● เที่ยวเมืองสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford-upon-Avon) เมืองบ้านเกิดของวิลเลียมส์ เช็คสเปียร์ นักเขียน
    บทละครชาวอังกฤษและกวีเอกผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
● ช้อปปิ้งแบรนเนมระดับโลก บิสเตอร์ เอ้าท์เลท วิลเลจ
● ช้อปปิ้งบนถนนถนนอ๊อกฟอร์ด ถนนสายแฟชั่นชื่อดังกลางกรุงลอนดอน
วันที่หนึ่ง      กรุงเทพฯ  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ท่าอากาศยานอาบูดาบี้
 
 15.00 น.      พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โซน Q  เคาน์เตอร์สายการบิน เอทิฮัด (EY)  เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกด้านเอกสารใบตม.และติดแท็กกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่อง
18.08 น.      เดินทางสู่ อาบูดาบี โดยสายการบินเอทิฮัด เที่ยวบินที่ EY 405
22.05 น.      ถึงสนามบินนานาชาติ อาบูดาบี้ แวะเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อท่านเดินทางสู่ สนามบินฮีทโธรว์
                      กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
วันที่สอง       สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน – ซาลส์บัวรี่ - เสาหิน สโตนเฮนจ์ – เมืองอ๊อกซฟอร์ด - ลอนดอน /อาหารเที่ยง,เย็น
 
02.25 น.        นำท่านเดินทางสู่  ท่าอากาศยานฮีทโธรว์  ประเทศอังกฤษ เที่ยวบินที่ EY011
07.15 น.      เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ ฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (เวลาท้องถิ่นที่ประเทศอังกฤษช้ากว่าที่ไทย 7 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา) ผ่านพิธีการประทับตราหนังสือเดินทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศออกเดินทางสู่ เมืองซาลส์บัวรี่ (Salisbury) เมืองชนบทเล็กๆแบบอังกฤษอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอนระหว่างทางท่านสามารถชมทัศนียภาพของชนบทอังกฤษทุ่งหญ้ากว้างที่สวยงามตามเส้นทางผ่าน นำท่านชมกองหินประหลาด สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) 1ใน  7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก  กองหินหรือแนวแท่งหินที่เป็นความลับดำมืดในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ แนวหินนี้มีขนาดมหึมาเรียงรายราวๆ 3กิโลเมตร ประกอบไปด้วยก้อนหินทรงสูงขนาดใหญ่ประมาณ112ก้อน ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลมซ้อนกันอยู่3วงมีอายุประมาณปลายยุคหินถึงต้นยุคบรอนซ์ ให้ท่านได้เก็บภาพที่ระลึกถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอ๊อกซฟอร์ด
ที่ยง                ä รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 1)
บ่าย             เมืองอ๊อกซฟอร์ด (Oxford)เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการศึกษา ชมมหาวิทยาลัยไครช์เชิร์ท (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมด้านใน) ที่เก่าแก่อายุกว่าพันปี ไคร์ชเชิร์ทคอลเลจ ที่บางห้องใช้ เป็นสถานที่ ถ่ายทำภาพยนตร์แฮร์รี่พอตเตอร์ เป็นต้นนำท่านเดินชมเมืองที่เก่าแก่และสวยงาม แล้วผ่านชมสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น โบสถ์ประจำเมือง จัตุรัส  กลางเมือง ศาลาว่าการประจำเมือง อาคารพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และย่านการค้า นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก 
เย็น              ä รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
 ที่พัก: Ibis Hotel  Heathrow /  Holiday Inn Express Dartford  หรือระดับใกล้เคียงกัน(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่สาม       ซิตี้ทัวร์ลอนดอน - ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน – หอนาฬิกาบิ๊กเบน – เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ –
                    ถ่ายรูปพระราชวังบัคกิ้งแฮม – ตุรัสทราฟัลการ์ - ช้อปปิ้งถนนอ๊อกฟอร์ด   / อาหารเช้า,เที่ยง
 
เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)นำท่านชมกรุงลอนดอนมหานครอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นเมืองหลวงแห่งเครือจักรภพ และศูนย์รวมอำนาจการปกครองของสหราชอาณาจักรในปัจจุบัน และเป็นศูนย์รวมสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก  นำท่านเก็บภาพความประทับใจสวยๆและเดินชมวิวโดยรอบของ ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน (Tower of London) (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมประมาณ14.50ปอนด์) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่1แห่งอังกฤษในปีค.ศ.1078 สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ เพื่อใช้เป็นพระราชวังและป้อมปราการป้องกันกรุงลอนดอน มีการขุดคูคลองล้อมรอบปราสาทเพื่อป้องกันระหว่างกำแพงชั้นในและนอก ปัจจุบันใช้เก็บมหามงกุฎและเครื่องเพชรของพระราชวงศ์อังกฤษ เป็นสถานที่แห่งประวิติ  ศาสตร์ที่ยาวนานและมีสีสันทั้งสยดสยองและน่ากลัว เนื่องจากครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นคุกและที่ประหารมาก่อน ใกล้ๆกันเป็นที่ตั้งของสะพาน Tower Bridge อีกสัญลักษณ์หนึ่งของลอนดอน ปัจจุบันเป็น  พิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารและหอคอย จากนั้นเดินทางไป ชม หอนาฬิกาบิ๊กเบน (BIG BEN) ของกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่บนหอสูง 180 ฟุต หน้าปัดกว้าง 23 ฟุต ตัวเลขบอกเวลายาว 24 นิ้ว ระฆังตีหนักถึง 14 ตัน สร้างขึ้นโดย เอ็ดมันต์ เมคเกตต์ เดนิสัน เป็นนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศูนย์ควบคุมเวลามาตรฐานของโลกกรีนิช ซึ่งใช้ในการบอกเวลาของโลก โดยผ่านทางวิทยุ BBC  ลอนดอนในการถ่ายทอดเสียงการตีระฆังไปทั่วโลกและยังเป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภา อังกฤษ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง หอนาฬิกาถูกสร้างหลังจากไฟไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เดิม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2377 โดย ชาลส์ แบร์รี เป็นผู้ออกแบบ โดยมีความสูง 96.3 เมตร ตัวนาฬิกาอยู่สูงจากพื้น 55 เมตร หนักถึง 13,760 กิโลกรัม ซึ่งแขวนไว้ บริเวณช่องลมเหนือหน้าปัดนาฬิกา ตัว อาคารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Victorian gothic)  และบนสะพาน Westminster ท่านสามารถบันทึกภาพกับ ลอนดอนอาย (London Eye) ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนัก ท่องเที่ยวได้อย่างมาก มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านคนต่อปีจากนั้นนำท่านถ่ายรูปหน้า วิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ (Westminster Abbey) เดิมเป็นสำนักสงฆ์ (แอบบี) แต่ปัจจุบันเป็นวัดนิกายอังกลิคันที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นแบบกอธิค นอกจากหอคอยที่เป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอธิค แอบบีเวสต์มินสเตอร์เป็นสถานที่ที่ใช้ในการทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและที่ฝัง  พระบรมศพของพระมหากษัตริย์อังกฤษและพระบรมวงศานุวงศ์ ระหว่างปี ค.ศ. 1546 ถึงปี ค.ศ. 1556 แอบบีได้รับเลื่อนฐานะขึ้นเป็นมหาวิหาร ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แอบบีก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอารามหลวง (Royal Peculiar)
เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 4)
 บ่าย             นำผ่านชม จัตุรัสราฟัลการ์ (Trafalgar Square) เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน กลางจัตุรัสนั้นมีอนุสาวรีย์ลอร์ดเนลสัน วีรบุรุษคนสำคัญของอังกฤษ ตั้งอยู่บนเสาสูงใกล้ๆกันเป็นที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าชาลส์ที่ 1 และป้ายเริ่มต้นกิโลเมตรหรือไมล์ที่ 0 ทราฟัลการ์สแควส์ยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปด้านนอก พระราชวังบัคกิ้งแฮม (Buckingham Palace) ซึ่งเดิมเป็น “คฤหาสน์” ก่อนจะได้รับการสถาปนาเป็นพระราชวัง ประจำราชวงศ์อังกฤษ และผ่านชม  วงเวียนพิคคาดิลี  เลสเตอร์สแควร์รายล้อมไปด้วยโรงภาพยนตร์  ภายในจัตุรัสมีรูปปั้น “ชาร์ลี  แชปปลิน” ดาราตลกในยุคภาพยนตร์ขาวดำ  กลางจัตุรัสมีน้ำพุเช็คสเปียร์สร้างเป็นอนุสรณ์ไว้ในศูนย์กลางการละครแห่งนี้  ทางเดินรอบๆจัตุรัสมีรอยประทับฝ่ามือของดาราฮอลลีวูดหลายคนรวมทั้งป้ายของบริษัทสร้างภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของโลก นำท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ณ ถนนอ๊อกฟอร์ด (Oxford Street) เป็นย่านชื่อดังในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีความยาวถึง 1.6 กม มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของอังกฤษ และช้อปปิ้งเซ็นเตอร์มารวมกันอยู่บนถนนเส้นเดียวกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพลาซา อ็อกซฟอร์ดสตรีท,ห้างสรรพสินค้าจอห์นหลุยส์,ห้างสรรพสินค้าเฮาส์ ออฟ เฟรเซอร์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละห้างก็ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงด้วยกันทั้งสิ้น(อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง) ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก ที่พัก: Ibis Hotel Heathrow / Holiday Inn Express Dartford หรือระดับใกล้เคียงกัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)
วันที่สี่            อิสระฟรีเดย์เต็มวัน ให้ท่านเลือกท่องเที่ยวตามอัธยาศัย                                      / อาหารเช้า
เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) อิสระให้ท่านท่องเที่ยวตามอัธยาศัยด้วยตัวท่านเองเต็มวัน
(ไม่มีรถบัสบริการในวันนี้) ในกรุงลอนดอนหรือรอบนอกซึ่งสามารถเดินทางเที่ยวได้ง่าย โดยรถไฟใต้ดิน Tube , รถเมล์ โดยใช้บัส Oyster ที่ครอบคลุมการเดินทางทั่วกรุงลอนดอนและรอบนอก หรือท่านจะเลือกไปเที่ยวชมบริเวณรอบนอกกรุงลอนดอน เช่น เมืองอ๊อกฟอร์ด เมืองแคมบริดจ์ ซึ่งเป็นเมืองรวมหลายวิทยาลัยที่น่าเที่ยว ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากลอนดอนไม่เกิน1ชั่วโมงโดยรถไฟ กรณีที่ท่านเลือกเที่ยวในลอนดอน จะมีมิวเซี่ยมสำคัญมากมาย ซึ่งมีทั้งเสียค่าเข้าชม และ ไม่เสียค่าเข้าชมอาทิ เช่น บริติชมิวเซียม National Museum หรือขึ้นลอนดอนอาย ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป หรือนั่งเรือล่องแม่น้ำเทมส์ นั่งรถบัสเปิดประทุน hop on hop bus london ชมเมือง เป็นต้น (อาหารเที่ยงและเย็นอิสระตามอัธยาศัย) ที่พัก: Ibis Hotel Heathrow / Holiday Inn Express Dartford หรือระดับใกล้เคียงกัน (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)
วันที่ห้า          ลอนดอน - สแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน - บิสเตอร์ เอ้าท์เลท วิลเลจ - สนามบินฮีทโธวร์                                                                             อาหารเช้า,เที่ยง
 
 เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford-upon-Avon) เมืองบ้านเกิดของวิลเลียมส์ เช็คสเปียร์ นักเขียนบทละครชาวอังกฤษและกวีเอกผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เชิญสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของกวีเอกในอดีต และเยี่ยมชมโบสถ์เก่าแก่ Holy Trinity สถานที่ในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกวีเอกผู้นี้ อิสระให้ท่านเดินเล่นย่านใจกลางเมือง
เที่ยง               รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 7)
บ่าย                 นำท่านเดินทางสู่ บิสเตอร์ เอ้าท์เลท วิลเลจ (Bicester village shopping Centre ) ก่อตั้งในปี1992 มีร้านค้ามากกว่า900ร้านของแฟชั่นชั้นนำของโลกและแบรนด์ไลฟ์สไตล์คอลเลคชั่นทันสมัย อาทิ Bally , Burberry , Calvin Klein , Clarks , D&G , DKNY , Fendi ,  Gucci , Guess , Hugo Boss , Jigsaw , Kipling , L’Occitane , Levi’s , Max Mara , Molton Brown , Mulberry , Paul Smith , POLO , Samsonite , Timberland , Versace , Yves Saint Laurent ฯลฯ ต้น จนถึงเวลานัดหมาย นำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติฮีทโธรว์ เพื่อเช็คอินเดินทางกลับ
20.00 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอทิฮัด  เที่ยวบินที่ EY 018
วันที่หก          ท่าอากาศยานอาบูดาบี –  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 07.05น.       เดินทางถึงสนามบินอาบูดาบี้ แวะเปลี่ยนเครื่องที่สาธารณรัฐอาหรับ เอมิเรตส์
10.25น.       ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน EY404
20.05น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-01-11 18:01:01




เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม-ฝรั่งเศส 

เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม-ฝรั่งเศส 


เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม-ฝรั่งเศส 

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม-ฝรั่งเศส 
เดินทางโดยสายการบิน QATAR AIRWAYS
สายการบินที่ดีที่สุดในโลกปี 2015 ระดับ 5 ดาว
แฟรงค์เฟิร์ต – โคโลจญน์ – มหาวิหารแห่งโคโลญจน์ - ดุสเซลดอร์ฟ
ซานส์ สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม - ล่องเรือหลังคากระจก - สถาบันเจียระไนเพชร – จัตุรัสดามสแคว์
บรูจส์ – จัตุรัสเมืองเก่า – กรุงบรัสเซลส์ -  อะโตเมี่ยม - จัตุรัสกรองด์ปลาซ – แมเนเกนพิส
มหานครปารีส – ย่านมองมาร์ต – เข้าชมมหาวิหารซาเคร-เกอร์ – ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์ - City Tour  
Duty Free - ช้อปปิ้งแบรนด์เนม – ห้างลาฟาแยต                                                 
ออกเดินทางวันที่
06-12 // 13-19 มิถุนายน 2560
15-21 // 22-28 กันยายน 2560
( กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 8 สัปดาห์เพื่อความสะดวกในการยื่นวีซ่า)
  
อัตราค่าบริการ
ออกเดินทางช่วง ผู้ใหญ่พัก
ห้องละ 2 ท่าน
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน
( มีเตียงเสริม )
              พักท่านเดียว / ห้อง
                      จ่ายเพิ่ม
 
มิถุนายน 2560 39,900 39,900 39,900 10,000
กันยายน 2560 42,900 42,900 42,900 10,000
 
ต้องการเดินทางโดยชั้นธุรกิจ Business Class กรุณาสอบถามราคาเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่บริษัท
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-แฟรงค์เฟิร์ท//ปารีส-กรุงเทพฯ (หรือสลับประเทศลงก่อน-หลัง)
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12ช.ม./วัน
  • โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
  • ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก ()
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรปท่านละ 10 ยูโร
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ตามวัฒนธรรมการบริการแบบสากลโลก ท่านละ 100 บาทต่อวัน    
หมายเหตุ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-06-28 13:41:51




โปรแกรมปารีสราคาพิเศษ

โปรแกรมปารีสราคาพิเศษ


โปรแกรมปารีสราคาพิเศษ

ประเภท : ยุโรป

รายละเอียด

Hello PARIS ทัวร์ฝรั่งเศส ปารีส 6วัน3คืน
เดินทางโดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ (EY) >> พักปารีส 3 คืน
วันเดินทาง

 
ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก2-11 ปี
(ไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยวเพิ่ม ที่นั่ง หมายเหตุ
6-11 ก.ย. 35,900   10,500 25  
20-25 ก.ย. 35,900 10,500 25  
5-10 ต.ค. 37,900   10,500 25  
11-16 ต.ค. 38,900 ไม่มีราคาเด็ก 10,500 25  
8-13 พ.ย. 37,900 (เด็กไม่เกิน 2ขวบ/Infant 17,000 บาท) 10,500 25  
22-27 พ.ย. 36,900   10,500 25  
29พ.ย. – 4ธ.ค. 37,900   10,500 25  
*ราคาทัวร์ยังไม่รวมค่าวีซ่า+ค่าบริการท่านละ 4,500 บาท*
เยือนปารีสศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแฟชั่นที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก
ถ่ายรูปแลนด์มาร์ค หอไอเฟล  มหาวิหารนอเทรอดาม ประตูชัยนโปเลียน
 ล่องเรือแม่น้ำแซน ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคริมฝั่งแม่น้ำ
ชมความงดงามปราสาทเชอนองโซที่เมืองตูร์ ชมพระราชวังแวร์ซายส์
ช้อปปิ้งกระจายย่านถนนชองป์สเอลิเซ่ ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์และ ลาวัลย์เลย์ วิลเลจ เอ้าท์เล็ท
◊ อิสระฟรีเดย์ 1วัน ให้ท่านเลือกช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยวเมืองปารีส เมืองแห่งแฟชั่นตามอัธยาศัย

เงื่อนไขการให้บริการ

1. การเดินทางครั้งนี้จะต้องมีผู้โดยสารจานวน 20 ท่านขึ้นไป กรณีไม่ถึงจำนวนดังกล่าว
- จะส่งจอยน์ทัวร์กับบริษัทที่มีโปรแกรมใกล้เคียงกัน
- หรือเลื่อน หรือยกเลิกการออกเดินทาง โดยทางบริษัทจะทำการแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 15 วัน
- หรือขอสงวนสิทธิในการปรับราคาค่าบริการเพิ่ม (ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ถึง20ท่านและท่านยังประสงค์เดินทางต่อ) โดยทางบริษัทจะทำการแจ้งให้ท่านทราบก่อนล่วงหน้า
2. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
3.การจองทัวร์และชำระค่าบริการ
- กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 15,000 บาท พร้อมค่าวีซ่าและบริการ 4,500 บาท
กรุณาส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตและแบบฟอร์มกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าพร้อมเอกสารชำระมัดจำค่าทัวร์
- ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระ 25-30 วันก่อนออกเดินทาง
**สำคัญ**สำเนาหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง (จะต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก่อนหมดอายุนับจากวันเดินทางไป-กลับและจำนวนหน้หนังสือเดินทางต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3หน้า) **กรุณาตรวจสอบก่อนส่งให้บริษัทมิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบกรณีพาสปอร์ตหมดอายุ **กรุณาส่งพร้อมพร้อมหลักฐานการโอนเงินมัดจำ
4.การยกเลิกและคืนค่าทัวร์
 เนื่องจากเป็นราคาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่น เมื่อจองทัวร์ชำระเงินค่าจองค่าทัวร์แล้ว ไม่สามารถยกเลิก เลื่อน ขอคืนเงิน ได้ทุกกรณี  และ กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศที่ระบุไว้ ในรายการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น  รวมถึงเมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจาคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
5.อัตราค่าบริการนี้รวม
1. ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น
 (ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถUpgradeที่นั่งเป็นBusiness Class ได้ และต้องเดินทางไป-กลับพร้อมตั๋วกรุ๊ปเท่านั้นไม่สามารถเลื่อนวันได้)
2. ค่าที่พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือ ระดับใกล้เคียงกัน  
3. ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น
4. เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
5. ค่าน้ำหนักกระเป๋า สายการบินเอทิฮัดจำกัดกระเป๋า 1ชิ้น น้ำหนัก 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องได้ 7กิโลกรัม และค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ และกรณีน้ำสัมภาระเกินท่านต้องเสียค่าปรับตามที่สายการบินเรียกเก็บ ถ้าต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่มแจ้งก่อนเดินทาง14วัน ซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม 1ชิ้น น้ำหนัก23กก. ราคา 180 US ดอลล่าร์/เที่ยว
6. การประกันการเดินทาง บริษัทฯได้จัดทำแผนประกันภัยการเดินทางสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ กับ Allianz แบบแผนประกันภัยแบบ Oasis Tripper แบบรายบุคคล  โดยจะมีความคุ้มครองเบื้องต้น ดังนี้
- การสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ
  ผู้เอาประกันภัยที่มีอายุมากกว่า 16 ปี หรือน้อยกว่า 75 ปี วงเงินคุ้มครอง 3,000,000 บาท
  ผู้เอาประกันภัยที่อายุน้อยกว่า 16 ปี หรือมากกว่า 75 ปี วงเงินคุ้มครอง 1,500,000 บาท
  ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ วงเงิน 2,000,000 บาท
  ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องในประเทศไทย วงเงิน 200,000 บาท
  ซึ่งความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย  โดยทั้งนี้การทำประกันนี้จากบริษัท  มากกว่าข้อบังคับ ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยว  ที่บังคับให้บริษัทนำเที่ยว ทำประกันเฉพาะอุบัติเหตุในการเดินทางเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาเงือนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นแผนเติมจากเว็บไซด์ Allianz ได้  กรณีท่านต้องการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสามารถแจ้งความประสงค์มาที่บริษัทฯ
6.อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ค่าวีซ่า + ค่าบริการ ท่านละ 4500 บาท
2.ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
4. ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
5. ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่มภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบิน
7. ค่า Vat 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
8. ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม
9. ค่าทิปไกด์ คนขับรถ ท่านละ 40 EURO ต่อทริป สำหรับหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความประทับใจและน้ำใจจากท่าน
กรณีวีซ่าไม่ได้รับการอนุมัติจากสถานทูต(วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์มาแล้ว ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า/ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วแล้ว )/ค่ามัดจำแลนด์ (กรณีใกล้วันเดินทาง)
7.หมายเหตุ : กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัท ฯ และเมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด
1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางหรือปรับราคาค่าบริการขึ้นในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 20ท่าน
2. ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ามันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง
3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ
4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การยกเลิกบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, การนาสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ
5. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
6. เมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด
7. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองโรงแรมที่พักในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยโรงแรมจัดในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนตามที่ระบุในโปรแกรม
8. การจัดการเรื่องห้องพัก เป็นสิทธิของโรงแรมในการจัดห้องให้กับกรุ๊ปที่เข้าพัก  โดยมีห้องพักสำหรับผู้สูบบุหรี่ / ปลอดบุหรี่ได้ โดยอาจจะขอเปลี่ยนห้องได้ตามความประสงค์ของผู้ที่พัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของโรงแรม และไม่สามารถรับประกันได้ 
9. กรณีผู้เดินทางต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิเช่น ใช้วิวแชร์ กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย 20วันก่อนการเดินทาง มิฉะนั้น บริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้าได้
10. มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น
11. ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ 
12. การประกันภัย ที่บริษัทฯได้ทำไว้สำหรับความคุ้มครองผู้เดินทาง เป็นการการประกันอุบัติเหตุจากการเดินทางท่องเที่ยว ตามพ.ร.บ. การท่องเที่ยว เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึง สุขภาพ การเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านสามารถขอดูเงื่อนไขกรมธรรมของบริษัทฯได้ และทางบริษัทฯถือว่าท่านได้เข้าใจและยอมรับข้อตกลงแล้วเมื่อท่านชำระเงินค่าทัวร์ (ท่านสามารถซื้อประกันสุขภาพ ในระหว่างการเดินทางได้จากบริษัทประกันทั่วไปและควรศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองให้ละเอียด)
13. มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด  นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น
14. ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ

 เอกสารในการขอยื่นวีซ่าเชงเก้น (ประเทศฝรั่งเศส)ระยะเวลาดำเนินการยื่น 15 วันทำการ
** ผู้เดินทางต้องมาโชว์ตัวและสแกนลายนิ้วมือ ณ สถานทูต ตามวันและเวลาที่นัดหมาย **
  1. พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และมีจำนวนหน้าเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้าเพื่อติดวีซ่า หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่าไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงกับทางสถานฑูต
  2. รูปถ่าย รูปสีหน้าตรงปัจจุบัน ฉากหลังสีขาว ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือน ห้ามตกแต่งรูป ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเครื่องประดับ ต้องเป็นรูปที่ถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น
  3. เอกสารส่วนตัว
สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร(กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)  แปลเป็นภาษาอังกฤษ
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ถ้าเคยทีการเปลี่ยน) แปลเป็นภาษาอังกฤษ
(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า20ปี) แปลเป็นภาษาอังกฤษ
สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาสูติบัตร / หนังสือยินยอมจากบิดา-มารดา / สำเนาพาสปอร์ตบิดา-มารดา
  1. หลักฐาน/ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน,วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้และช่วงเวลาที่ขอลางานเพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด
4.1 กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุดเพื่อเดินทางไปยุโรป เท่านั้นไม่ต้องระบุชื่อประเทศ หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนด และต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนก่อนยื่นวีซ่า  ต้องเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น พร้อมประทับตราบริษัท โดยชื่อลูกค้าที่ระบุในหนังสือรับรองทางการงาน ต้องสะกดชื่อ-สกุลให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
4.2 กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (คัดลอกไม่เกิน 3 เดือน และเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)
4.3 กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองตัวจริงจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอมและต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนก่อนยื่นวีซ่า)
      เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตรกับผู้ที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่  (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา) โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง  และบิดาหรือมารดาจะต้องไปเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่าด้วย กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
4.4 กรณีที่เกษียณอายุจากงานราชการ กรุณาแนบสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญมาด้วย
4.5 กรณีเป็นแม่บ้าน ใช้สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) (ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ      พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน)
5. หลักฐานการเงิน
5.1 สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ประจำหรือออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน (นับจากวันปัจจุบัน)ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา
แนะนำให้ขอเป็น STATEMENT จากทางธนาคาร พร้อมปรับยอดเงิน 15 วันก่อนวันนัดสัมภาษณ์
**ยอดเงินสุดท้ายที่ลูกค้าอัพเดท 15 วันก่อนยื่น ต้องมียอดเงินที่ครอบคลุมค่าทัวร์ด้วย **
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
5.2หากต้องรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลอื่นในคณะ
  • (BANK GUARANTEE) ที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น ระบุชื่อเจ้าของบัญชี และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้โดยชัดเจนฉบับภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 14 วันก่อนยื่น ต้องสะกดชื่อ-สกุลให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
5.3 กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  1. แบบฟอร์มกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าเชงเก้น กรุณากรอกข้อมูลภาษาไทยตามแบบฟอร์มที่แนบมาให้อย่างถูกต้อง เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ต้องส่งให้กับทางสถานทูต ทางบริษัทฯไม่สามารถกรอกแทนท่านได้เพราะถ้าข้อมูลผิดพลาด ท่านอาจจะถูกปฏิเสธวีซ่าได้
รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ,นามสกุล,วันเดือนปีเกิด,ญาติพี่น้อง,สถานที่เกิด และจำนวนบุตรของผู้เดินทาง
การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตเรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
การยื่นวีซ่านั้น ผู้เดินทางต้องชำระยอดมัดจำท่านละ 20,000 ต่อท่านก่อนเท่านั้น ถึงสามารถดำเนินการขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้
 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-06-28 13:31:52