oneddtour.com=> ยุโรป -> ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”


ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”

FaceBook Twitter
จำนวนผู้เข้าชม : 22 คน

ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”


รายละเอียด

ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึก”แกรนด์อิตาลี”

ราคา : เริ่มต้น49,990฿ .-

ประเภท : ยุโรป

GRAND ITALY โรม วาติกัน ฟลอเรนซ์ ปิซ่า เวนิส มิลาน 7วัน 4คืน
ทัวร์สุดคุ้ม!! เที่ยวเจาะลึกแกรนด์อิตาลี
ชื่นชมสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ที่กรุงโรม ชมความยิ่งใหญ่อลังการ1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ โคลอสเซี่ยม และหอเอนปิซ่า เยือนเมืองฟลอเรนซ์ ดินแดนอันน่าหลงใหล ต้นกำเนิดของศิลปะเรอเนซองส์ ชมเมืองเวนิส เมืองแห่งสายน้ำและสะพาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก ชมมหาวิหารดูโอโม่แห่งมิลานที่งดงามและยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมส์ชื่อดังที่แกลลอเรียวิคเตอร์เอ็ม มานูเอล
เดินทางโดยสายการบินไทย Thai Airways (TG) สะสมไมล์ได้ 50%
 
วันเดินทาง

 
ราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็ก 0-2 ปี
(พักกับผู้ใหญ่ 2ท่านไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยวเพิ่ม ที่นั่ง หมายเหตุ
22-28 มีนาคม 61 49,900  
เด็กอายุ 0-2ปี/Infant
15,000 บาท
 
12,500 25  
9-15 มิถุนายน 61 49,900      
 
**ราคาทัวร์รวมค่าวีซ่าแล้ว**
 
 วันที่หนึ่ง         กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                                                                                       
21.30 น.    พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขาออกชั้น 4 โซน  D เคาน์เตอร์
                 สายการบินไทย  (TG) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกด้าน       เอกสารติดแท็กกระเป๋า
 
วันที่สอง          สนามบินลีโอดาร์โน ดาร์วินชี อิตาลี - นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – กรุงโรม – โคลอสเซี่ยม –  จัตุรัสโรมัน – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ฟลอเรนซ์  / อาหารเที่ยง,เย็น
00.20 น.      นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG944 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 54 นาที)
06.50 น.      เดินทางถึง สนามบินลีโอดาร์โน ดาร์วินชี กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และพิธีการทางศุลกากรและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ มีขนาดเล็กมากเพียง 250 ไร่และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นเมืองแห่งศาสนจักรและที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า“โป๊ป” นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter Basilica แห่งนครรัฐวาติกัน ที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรเนซองส์ ใช้เวลาสร้างถึง 150 ปี และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา ด้านหน้ามหาวิหารเป็นลานกว้างเรียกว่า St.Peter’s Square ประกอบไปด้วยน้ำพุ 2 ด้าน และเสาโอเบลิกส์ 1 ต้น ล้อมรอบไปด้วยเหล่าเทพเทวาบนหลังคาและกำแพงสูง(ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้า Vatican Museum และ Sistine Chapel ) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome)(ระยะทาง6ก.ม./15นาที)  เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตแห่งจักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่มาเมื่อกว่า 2,000 ปี  ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) (ถ่ายรูปด้านนอก) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้น ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จ ในสมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสตศตวรรษที่1 หรือประมาณปี ค.ศ.80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527เมตร สูง 57เมตร ใกล้ๆกันนั้นเป็น ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) ถือว่าเป็นมรดกสำคัญของประเทศอิตาลีอีกที่หนึ่ง โดยสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของกรุงคอสสแตนติน เป็นซุ้มประตูที่ใหญ่ที่สุดของโรมันมีความสูงถึง 21 เมตร จากนั้นชมและถ่ายรูป จัตุรัสโรมัน (Roman Forum) ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับโคลอสเซี่ยม จัตุรัสโรมันถือว่าเป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ เช่น การประชุมทางการเมือง การปกครอง บูชาเทพเจ้า ฯลฯ ของกรุงโรมในสมัยโบราณ ใช้เวลาสร้างยาวนานมากถึง 900 ปี ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการ นำท่านผ่านชม อนุเสาวรีย์วิกเตอร์เอ็มมานูเอ็ล (Victor Emmanuell Monument) หรือ Altare Della Patria อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติของวิกเตอร์เอ็มมานูเอ็ล พระราชาองค์แรกของอิตาลี ที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร และที่นี่ยังเป็นอนุสรณ์ทหารที่กล้าหาญเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่1) เมนูอาหารจีน
บ่าย                 จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in The Fountain จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปบริเวณย่าน บันไดสเปน (Spanish steps) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม นอกจากความสวยงามอลังการกว้างขวางของบันไดสูง 138 ขั้นที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว จัตุรัสนี้ยังต่อตรงกับถนน Via Condotti  ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้ง Dior, Prada, Gucci,Valentio, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari, Rimowa, Longchamp, Furla, Tod’s Ferragamo Armani, Tag Heuer, Tissot และอื่นๆ เป็นต้น จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ ฟลอเรนซ์ (Florence) (ระยะทาง274ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุดด้วย
ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่2) เมนูอาหารท้องถิ่น หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก: IH Hotel Firenze หรือ                          ระดับใกล้เคียงกัน 4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)
 
วันที่สาม        เขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์เมืองปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี - หอเอนปิซ่า - เมือง ลา สเปเซีย
                     / อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  (มื้อที่3)
นำท่านเดินทางสู่ เขตเมืองเก่า ของฟลอเรนซ์ ที่ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1982 นำท่านเดินชมความสวยงามบริเวณ จัตุรัสดูโอโม Duomo Santa Maria Del Fiore ทีตั้งของมหาวิหารแห่งเมืองฟลอเร้นซ์ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่ จัตุรัสชิกนอเรีย (piazza della signoria) เป็นจัตุรัสสวยงามด้วยประติมากรรมมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้าของพระราชวังเวคคิโอ เช่น รูปแกะสลักเพอร์ซิอุส วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก the Rape of the Sabine Women ถ่ายรูปด้านหน้า ปาลาซโซ เวคคิโอ Palazzo Vecchio หรือ Old Palace พระราชวังเก่าแก่ในเมืองฟลอเรนซ์ สร้างสำเร็จในปี ค.ศ.1322 มีสัญลักษณ์คือหอระฆัง Campanile ในอดีตใช้เป็นสถานที่แจ้งข่าวสารให้กับชาวเมือง ทางการจะตีระฆังส่งสัญญาณ หากมีไฟไหม้,น้ำท่วม, ข้าศึกโจมตี ฯลฯ ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของฟลอเรนซ์ ชมสะพานปอนเต เวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมือง เป็นสะพานเดียวของฟลอเรนซ์ที่รอดพ้นการทาลายจากช่วงสงครามโลกมาได้ ทอดข้ามแม่น้ำอาร์โน ซึ่งอดีตเป็นแหล่งขายทองคำที่เก่าแก่ของฟลอเรนซ์และยังคงอนุรักษ์บรรยากาศแบบดั่งเดิมไว้ได้อย่างดี ชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม สะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้ามแม่น้ำอาร์โน บนสะพานนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารร้านค้า ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ อัญมณี และของที่ระลึกจำนวนมากอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึก ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่4) เมนูอาหารจีน
บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า Pisa (ระยะทาง98ก.ม./ 1.30 ชั่วโมง) อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า นำท่านชม จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโม่ Piazza del Duomo หรือทุ่งมหัศจรรย์ เป็นบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนำท่านชมถ่ายรูป 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซ่า ( Leaning Tower of Pisa) ให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (La Spezia) (ระยะทาง80ก.ม./ 1ชั่วโมง) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่าง เมืองเจนัว และปิซ่า บนทะเลลิกูเรีย และเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้วย
ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่5) เมนูอาหารท้องถิ่น หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก
             ที่พัก: Ghironi Hotel หรือระดับใกล้เคียงกัน 4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่สี่           ลา สเปเซีย – ชิงเกว แตร์เร - ริโอแมก จิโอเร่ – มานาโรล่า – เลแวนโต้ - เมืองเวโรน่า      อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่6) นำท่านเดินทางสู่สถานี La Spezia Centrale Railway Station นำท่านเปลี่ยนการเดินทางโดยสารรถไฟสู่ดินแดนทั้งห้า (Five Land) แห่ง ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ติดทะเลบริเวณชายฝั่งแควนลิกูเรีย ชม 2 ใน 5 หมู่บ้านได้แก่ หมู่บ้านประมงเล็กๆ ริโอแมก จิโอเร่ (Rio-Maggiore) หมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก เป็นชุมชนชาวประมงเก่า ที่มีทำเลที่น่ามหัศจรรย์ คือแต่ละหมู่บ้านปลูกสร้างอยู่บนภูเขาหรือหน้าผาสูง ปัจจุบันแม้ยังมีการทำประมงกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เนื่องจากชาวบ้านหันมาทำธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับเหล่านักเดินทางที่แวะเวียนเข้ามาชมไข่มุกน้ำงามของอิตาลีเม็ดนี้เสียมากกว่า และ ชมหมู่บ้านประมง มานาโรล่า (Manarola) หมู่บ้านชาวประมงที่เล็กที่สุดของแคว้น แต่กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดให้นักเดินทางจากทั่วโลกต่างก็อยากที่จะมาเยือน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงที่นี่ก็คือการเดินชมเมืองไปตามถนนสายเล็กที่ลัดเลาะตัดผ่านตัวเมืองไปตามความลานชัน เป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะเพลิดเพลิน จากนั้นเดินทางสู่สถานีเลแวนโต้ (Levanto) เปลี่ยนการเดินทางขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางไปที่เวโรน่า
 เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่7) เมนูอาหารท้องถิ่น
 บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เวโรน่า (Verona) (ระยะทาง283ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่แคว้นเวเนโตเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองหลวงของทางตอนเหนือของอิตาลี มีสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเหตุที่มีความสำคัญทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เห็นได้งานนิทรรศการประจำปีหลายงาน โรงละคร และอุปรากรในโรงละครกลางแจ้งที่สร้างโดยโรมัน และเป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจจากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงโค้งของแม่น้ำอดิเจ (Adige River) ไม่ไกลจากทะเลสาบการ์ดา ที่ตั้งนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้นหลายครั้งจนกระทั่ง ค.ศ. 1956 เมื่อมีการสร้างอุโมงค์โมริ-ทอร์โบเลที่เป็นทางระบายน้ำ 500 คิวบิคเมตรลงไปในทะเลสาบการ์ดาเมื่อมีความจำเป็น อุโมงค์ลดสถิติน้ำท่วมทุกเจ็ดสิบปีไปเป็นทุกสองร้อยปี
เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) เมนูอาหารจีน หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พัก ที่พัก:  Antares Sport Beauty &                          Wellness หรือระดับใกล้เคียง4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่ห้า       เวโรน่า - ท่าเรือตรอนเคตโต้ - เกาะเวนิส - จัตุรัสซานมาร์โค – โบสถ์เซนต์มาร์ก – มิลาน / อาหาร เช้า,เที่ยง,เย็น
 
เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่9)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เป็นท่าเรือที่มีเรือบริการในการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ของเมือง เพื่อชมทิวทัศน์ธรรมชาติของ 2 ฝั่งคลองโดยทางเรือ นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) ดินแดนแสนโรแมนติก ชมความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม อาทิ โบสถ์เซนต์มาร์ก (St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น พระราชวังดอจส์ (Doge’s Palace), ลีโอเน่ (Lione) รูปปั้นสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจาเมืองเวนิส เดินชมตัวเมืองจนถึงสะพานริอัลโต เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเวนิสและเป็นสะพานแรกที่ข้าม Grand Canal (คลองแกรนด์คาแนล) ชมสะพาน Bridge of Sighs สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนามคาสโนว่า ในตำนานเล่าว่าการจูบบนเรือกอนโดล่าใต้สะพานแห่งนี้จะนำไปสู่ความรักนิรันดร์ นับเป็นหนึ่งในจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งในเวนิส
อิสระให้ท่านเดินชมความโรแมนติกของเกาะแห่งนี้ และท่านไม่ควรพลาดกับประสบการณ์ล่องเรือกอนโดล่า ชมความงามของเกาะเวนิส
เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่10) เมนูอาหารท้องถิ่น
บ่าย           นำท่านกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ นำท่านเดินทางสู่ กรุงมิลาน (Milan) หรือ มิลาโน่(ระยะทาง272ก.ม./ 4 ชั่วโมง) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศอิตาลีอีกด้วย
เย็น          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่11) เมนูอาหารจีน หลังอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าที่พักที่พัก: Hotel Da Vinci หรือระดับใกล้                      เคียง4*(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย5-7วันก่อนวันเดินทาง)

วันที่หก       มิลานมหาวิหารแห่งมิลาน - แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล - สนามบินมิลาโน มัลเพนซา /อาหาร เช้า
 
เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่12)
                นำท่านสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมิลาน ชม มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) (ถ่ายรูปด้านนอก) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างในปี 1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ จากนั้นให้ท่านอิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV,PRADA,GUCCI, TOD’S ณ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) (ร้าน Pra  da ร้านแรกของโลก) ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิลาโน มัลเพนซา กรุงมิลาน เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกรุงเทพฯ (มีเวลาให้ท่านได้ทำคืนภาษีTax Refund ก่อนการเช็คอิน)
14.05น.  ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG941 (เวลาประมาณ 10ชั่วโมง 50นาที)
 
วันที่เจ็ด        ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ        
 
05.55น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 
*****************************
 



  เมื่อวันที่ : 2018-01-11 18:28:48


สนใจติดต่อโทร : 091-885-8609 , 062-946-2949 , 083-088-5969 , แฟกซ์ 038-759389
Line ID : ning2017oneddtour

คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการชำระเงิน